จดหมายข่าวจากชุมชนผู้ปฎิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (TPP CoP)
จดหมายข่าว ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 เดือนตุลาคม 2023 - ธันวาคม 2023
 
 
หัวข้อข่าว
 
    เรื่องน่าสนใจประจำฉบับ
 For the English newsletter please click here 
or scroll down to the end and click at
'view the entire message'
 
บทนำ
สารจากกรรมการ 

 

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่จดหมายข่าวฉบับที่สี่ของชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นฉบับสุดท้ายของปี 2566 นี้ กรรมการทุกท่านมีความยินดีอย่างมากที่ได้เห็นความก้าวหน้าและเติบโตของชุมชนฯ ตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง คือ เพื่อแบ่งปันข่าวสารการทำงานของข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน นักวิจับ

นักวิชาการ และผู้ทำงานเพื่อสังคมด้านการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกรวมถึงช่วยเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก

 

ที่ผ่านมา มีผู้สมัครเป็นสมาชิกชุมชนฯ แล้วถึง 46 ท่าน เราจัดกิจกรรมคือการสัมมนาออนไลน์ (webinar) ไปแล้ว 6 ครั้ง หากนับจำนวนการลงทะเบียนเข้าร่วม webinar ทั้งหกครั้งรวมกันก็จะมีมากกว่า 700 คน และมีผู้เข้าร่วม webinar รวมทั้งหกครั้งมากกว่า 300 คน นอกจากนี้ใน website ของชุมชนฯ เราได้อัพโหลดแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านไว้แล้วมากกว่า 120 รายการ ไม่ว่าจะเป็น งานวิจัย รายงาน หลักสูตร คู่มือปฏิบัติงาน บทความวิชาการ เป็นต้น ก่อนจะสิ้นสุดปีนี้เรายังมีกิจกรรมดีๆ ที่จะนำเสนอต่อสมาชิกและผู้ปฏิบัติงานทุกท่านให้ได้เข้าร่วมอีก คือ webinar ครั้งที่ 7 ซึ่งเพิ่งจัดไปในวันที่ 6 ตุลาคม และจะมีการจัดประชุมแบบพบตัว (in-person meeting) เพื่อให้สมาชิกได้มาพบปะกันที่ กทม. ในวันที่ 19 ธันวาคม โดยจะมีการเสวนาและการประชุมห้องย่อยให้ได้เลือกเข้าร่วม ในหัวข้อที่น่าสนใจ 4 หัวข้อ เป็นหัวข้อที่สมาชิกได้ร่วมโหวตว่าสนใจอยากให้เราจัดการประชุมในประเด็นเหล่านั้น เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกับทุกท่านในงานดังกล่าว


กรรมการและคณะทำงานของชุมชนฯ ขอให้คำมั่นว่าจะพยายามสรรหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ และ แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์มานำเสนอแก่สมาชิกของชุมชนฯ ทั้งใน webinar ใน website และจดหมายข่าวนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่ารวมถึงเพื่อร่วมกันผลักดันให้แนวคิดและวิธีการดูแลเด็กเชิงบวกขยายออกไปทั่วประเทศไทย พวกเราหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมอุดมการณ์และร่วมงานกับเราจนจบปีนี้และตลอดปีใหม่ 2567 และในอนาคตต่อไป

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

 

ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา

ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร 

ดร.แอมมาลี แม็คคอย

แนะนำสมาชิก
เนื่องจากขณะนี้เรามีสมาชิกจากทั่วประเทศถึง 46 ท่าน จึงขอใช้พื้นที่นี้ในจดหมายข่าวแต่ละฉบับ ทยอยแนะนำสมาชิกและหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนฯ โดยฉบับนี้เราขอแนะนำ

 

1. สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของกรมอนามัย

จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัย แข็งแรง เก่งดี มีสุข โดยมีภารกิจ ดังนี้
พัฒนาองค์ความรู้ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
 - คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย Developmental

 Surveillance and Promotion Manual (DSPM)
 - คู่มือการจัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ ตามหลักการพัฒนาสมอง :

 BBL (Brain-Based Learning)  สำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ดูแลเด็กต่ำกว่า 3 ปี
- แนวทางการอบรมเลี้ยงดูส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
- แนวทางการส่งเสริมคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ

Development & Play / Diet / Dental / Disease (4D) ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
- ทักษะการสื่อสาร : การแจ้งผลการประเมินพัฒนาการของลูกให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง

 

ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็กปฐมวัย

หลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ 

- การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
- การจัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ ด้านสุขภาพ 4D และส่งเสริมการ

เล่นในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย


บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ด้านสุขภาพ 4D 


พัฒนาศูนย์เด็กเล็กต้นแบบ ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

- ศูนย์เด็กเล็ก วัลลภ ไทยเหนือ

 

Facebook: สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ

ยูทูป: National Child 

Website: https://nich.anamai.moph.go.th/th

โทรศัพท์: 02-590-4417

 
 
2. Care for Children

Care for Children เชื่อว่าเด็กๆ จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อแวดล้อมด้วยความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว


Care for Children ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โดยทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆในภาครัฐ เพื่อจัดการกับความท้าทายในการเปลี่ยนจากการดูแลแบบสถานสงเคราะห์ไปสู่การดูแลแบบครอบครัว 

 

ทีมงานของเราฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้านการพัฒนาการเลี้ยงดูแบบครอบครัวอุปถัมภ์เพิ่มขีดความสามารถในการรับสมัคร ประเมินและฝึกอบรมครอบครัวอุปถัมภ์อย่างเหมาะสม
และติดตามผลด้วยความใส่ใจ ความรักและการเลี้ยงดูของครอบครัวอุปถัมภ์สามารถช่วยให้เด็กพัฒนาความผูกพันทางอารมณ์ ความไว้วางใจ ความภูมิใจในตนเอง และโอกาสในการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่มีคุณค่าด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

ที่ผ่านมา Care for Children ได้ให้การฝึกอบรมแก่สถานสงเคราะห์เด็กเอกชน 30 แห่ง และบ้านพักเด็กและครอบครัวประจำจังหวัด 77 แห่ง ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยกำหนดทิศทางการวางแผนและนโยบายในทิศทางการดูแลทางเลือก ภายใต้แนวคิด “เด็กทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ปลอดภัยและได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว” Care for Children สนับสนุนเป้าหมายนี้และยึดถือเป็นภารกิจเพื่อพัฒนาระบบที่พ่อแม่อุปถัมภ์สามารถจัดให้มีบ้านชั่วคราวที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับเด็กๆ

 

ที่ตั้ง: 223/30 ม.1 ถนนหนองฮ่อ ต.ช้างเผือก อ.เมือง
จ. เชียงใหม่ 50300

โทรศัพท์: +66 (0)53 010 727

www.careforchildren.com

 

 
3. Jojo’s Sanctuary
ที่ Jojo’s Sanctuaryเราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเติบโตในครอบครัวที่ปลอดภัยและได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความเอาใจใส่
เรามุ่งเน้นการคงเด็กไว้ในครอบครัวเดิมด้วยการทำงานเพื่อให้ความรู้ ปกป้อง และเสริมศักยภาพให้กับครอบครัวกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือของประเทศไทย แต่ละโครงการของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแยกครอบครัวโดยเตรียมผู้ปกครองหรือญาติอื่นๆ ให้ดูแลบุตรหลานของตนโดยไม่ต้องส่งไปที่สถานรับเลี้ยงเด็ก
 
โครงการต่างๆ ของเรามีดังนี้
โครงการการศึกษาของเรามอบทุนการศึกษาสำหรับเครื่องแบบนักเรียนให้แก่เด็กที่เข้าโรงเรียนระยะใหม่ ได้แก่ ประถมศึกษาปีที่ 1
ประถมศึกษาปีที่ 4 มัธยมศึกษาปีที่ 1 มัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงระดับมหาวิทยาลัย
 
โครงการคุ้มครอง มีเป้าหมายคือการฝึกอบรมในหัวข้อการคุ้มครองเด็กที่หลากหลายแก่ผู้ดูแล นักการศึกษา รวมถึงเด็กและเยาวชน

สำหรับนักเรียนไร้สัญชาติ เรามีทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อให้พวกเขามีสิทธิสมัครขอสัญชาติไทยหลังจากสำเร็จการศึกษา หน่วยงานคุ้มครองของเราให้ความช่วยเหลือด้านความเป็นพลเมืองแก่ครอบครัวที่มีบุตรแต่ไม่มีเอกสารรับรองการมีบุตรเพื่อให้พวกเขาได้รับสัญชาติไทย
 
นอกจากนั้นแล้วเรายังมีครอบครัวอุปถัมภ์อีกสองครอบครัวที่ให้การอุปถัมภ์ดูแลเด็กที่ได้รับบาดแผลทางใจ 
 
โครงการเสริมสร้างศักยภาพ ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ยกตัวอย่างเช่น Building Family Dreams เป็นโครงการให้ความช่วยเหลือ 8 ครอบครัว รวมระยะเวลา 18 เดือน โครงการนี้ประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับพลวัตครอบครัวเชิงบวก ทัศนศึกษากับครอบครัว การเยี่ยมบ้าน 
 
โครงการสร้างรายได้ มีเป้าหมายเพื่อให้ครอบครัวมีรายได้เพียงพอที่จะดูแลบุตรด้วยตนเอง โดยมอบเงินเริ่มต้นสำหรับครอบครัวที่ต้องการเริ่มหรือขยายธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจครอบครัว อาทิ เลี้ยงสุกรเพื่อจำหน่าย ขายน้ำพริก และตัดเย็บเสื้อผ้าชนเผ่า เป็นต้น
 
ตั้งอยู่ที่ จ. เชียงใหม่
โทรศัพท์สำนักงาน: 082-595-4815
Website: www.jojosthailand.org
Email: jojosadmin@jojosthailand.org
 
 
4. มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย 
ในพระบรมราชินูปถัมภ์
ได้ดำเนินงานด้านการช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตรและเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการดูแลจากบิดามารดาเพื่อให้เด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีบรรยากาศของครอบครัวที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความอบอุ่น และได้รับการศึกษาสูงสุดเต็มศักยภาพสามารถของตนเองจนกระทั่งสามารถออกไปประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข
 
ปัจจุบันมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ดำเนินงานใน 5 จังหวัดทั่วประเทศไทย ได้แก่
1. หมู่บ้านเด็กโสสะ บางปู จังหวัดสมุทรปราการ
2. หมู่บ้านเด็กโสสะ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
3. หมู่บ้านเด็กโสสะ “เฉลิมนารินทร์” จังหวัดหนองคาย
4. หมู่บ้านเด็กโสสะ “สิริเมตตา ๗๒ พรรษา เฉลิมพระเกียรติ” จังหวัดเชียงราย
5. หมู่บ้านเด็กโสสะ “เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา” จังหวัดภูเก็ต

 

โดยมีรูปแบบการให้ความช่วยเหลือเด็ก ประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่
1. การเลี้ยงดูในรูปแบบ “ครอบครัวทดแทน (Family-like care)” สำหรับเด็กที่สูญเสียบิดามารดาขาดญาติมิตร โดยเด็กจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่น มีสายสัมพันธ์ต่อแม่โสสะและพี่น้องในบ้าน
เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบครอบครัวที่ปลอดภัยภายใต้นโยบายคุ้มครองเด็กตลอดจนได้รับการศึกษาสูงสุดเต็มศักยภาพความสามารถของตนเอง


2. “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว (Family Strengthening Programme)”
คือการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่เสี่ยงต่อการสูญเสียการดูแลจากบิดามารดาซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะถูกแยกออกจากครอบครัวอย่างไม่จำเป็นโดยมูลนิธิเด็กโสสะฯ จะทำงานร่วมกับครอบครัว ชุมชน เด็ก เยาวชน หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เด็กยังคงอยู่กับครอบครัวเดิม และจะได้รับการช่วยเหลือในด้านการพัฒนาอาชีพของครอบครัว การสร้างรายได้ลดรายจ่าย การพัฒนาศักยภาพให้ความรู้ความเข้าใจและฝึกทักษะด้านการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมให้แก่ผู้ปกครองเด็กตลอดจนการฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก และการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก เป็นต้น

 

มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิเด็ก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนตลอดจนส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนโดยให้ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสิทธิของตนได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ กระทั่งสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

ที่ตั้ง: 18 หมู่ 3 ซอยบุญสิริ ถ.สุขุมวิท จ. สมุทรปราการ 10270

Website: www.sosthailand.org

 
อัปเดตงานของสมาชิก

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ครบรอบ 26 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ในช่วงเช้าผู้บริหาร ผู้เกษียณ และบุคลากรสถาบัน ทำพิธีไหว้เจ้าที่และเจ้าพ่อขุนทุ่ง เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหาร สังฆทาน และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอื้อมพร มัชฌิมวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายการคลัง มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีสงฆ์ กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อธิวัฒน์ เจี่ยวิวรรธน์กุล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และกล่าวเปิดงานโดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

 

ภายในงานมีพิธีมอบประกาศนียบัตรแด่บุคลากรดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565 กิจกรรมเสวนาหัวข้อ “สถาบันเด็กกับการพัฒนาครอบครัวไทย” และงานแสดงมุฑิตาจิต แด่ผู้เกษียณอายุงาน โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร เข้าร่วมงาน ณ ห้องครอบครัวยั่งยืน นิตยา-นัยพินิจ คชภักดี ชั้น 3 อาคารปัญญาวัฒนา สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล 

กิจกรรม & งานที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

1. สัมมนาผ่านเว็บเรื่อง “ประสบการณ์ของผู้ออกจากการดูแลของสถานเลี้ยงดูทดแทน ในประเทศไทย แทนซาเนีย และสวีเดน”

 

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566

เวลา 15.00-16.30 น. (เวลาไทย)

 

ลงทะเบียนที่นี่: https://worldchildhoodfoundation.idloom.events/report-launch-care-leaver-experiences-in-thailand-tanzania-and-sweden

2. ศาลายาเมืองมหาสนุก
ขอเชิญพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ส่งบุตร หลาน ของท่านเข้าร่วมกิจกรรม ค่ายเล่นรอบเมือง สร้างพลังการเรียนรู้
“ศาลายาเมืองมหาสนุก” 
 
ในวันที่ 17-20 ตุลาคม 2566

สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่
คุณมาริสา นิ่มกุล โทร 0970213737
(ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
คุณศุภรดา เกษร โทร 0924145296 
(ในวันและเวลาราชการ)
3. อบรมออนไลน์เรื่อง การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม: โอกาสและตัวอย่างความสำเร็จของการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ขอเชิญ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กเข้า
ร่วมอบรมออนไลน์เรื่อง การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม: โอกาสและตัวอย่างความสำเร็จของการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
 
ในวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566
เวลา 08.45-12.00 น.

สนใจสมัครได้ที่: https://nicfd-member.mahidol.ac.th/member/login...
 
สอบถามเพิ่มเติมโทร. 083-5281083 หรือ 02-4410602-10 ต่อ 1417 (ในเวลาราชการ)
4. ประเมินการทำงานของสมอง สติปัญญา พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก
พร้อมให้เข้าเรียนแล้ววันนี้!
เรียนเพื่อสะสมหน่วยกิต MAP-C เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะ และโอกาสมากขึ้น
รายวิชา CFIN 539 การประเมินหน้าที่เชิงการรับรู้เพื่อการออกแบบการวิจัยและการแทรกแซงเด็ก
(การประเมินทำงานของสมองสติปัญญาและการเรียนรู้เด็ก)

ข้อมูลเพิ่มเติมรูปแบบการเรียน https://www.facebook.com/photo/?fbid=685175026967931&set=a.438902881595148
 
อัตราค่าลงทะเบียน : หน่วยกิตละ 1,800 บาท (วิชาละ 3,600 บาท)

ช่องทางการสมัคร https://graduate.mahidol.ac.th/MAP-2021/MAP-C-All.php
 
วัน/เดือน/ปี ที่เปิด-ปิดรายวิชา ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายภานุวัฒน์ เพชรานนท์ โทร 0872661054
บทความและงานวิจัย
บทความ
“มุมมองของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ต่อการเสริมสร้างทักษะการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกแก่ผู้ปกครองด้วยโปรแกรม Parenting for Lifelong Health (PLH)” 
โดย คุณไขศรี สิรินำบุญทวี หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลอุดรธานี

ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ PLH ตั้งแต่ปี 2561 โดยการเข้าอบรมหลักสูตรการเป็นวิทยากร 5 วัน จาก Dr. Jamie M. Lachman ซึ่งเป็นหนึ่งใน Master Trainers ของหลักสูตรนี้ หลังจากนั้น ได้ไปจัดการอบรมผู้ปกครองในชุมชนจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 25 คน ในพื้นที่รพ. สต. กลิ้งคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

ประสบการณ์ในฐานะวิทยากรและผลลัพธ์ที่ได้จากการนำหลักสูตร PLH ไปอบรมให้ผู้ปกครองในชุมชนทำให้ดิฉันมีมุมมองต่อหลักสูตรนี้ว่า PLH เป็นหลักสูตร ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนจากผู้ปกครองที่นำมาเล่าให้ฟังทั้งในขณะทำกลุ่มอบรม และ หลังการฝึกอบรม ผู้ปกครองเล่าว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงของบุตรหลานในทางที่ดีขึ้น จากการ นำหลักสูตร ไปใช้ เช่น การใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังกับเด็ก หรือการพูดคุยกันเรื่องอารมณ์ความรู้สึกกับเด็ก การชมเด็ก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ปกครองหลายคน ไม่เคยทำแต่เมื่อได้ฝึกปฏิบัติและลองนำไปใช้ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนทำให้ลดปัญหาการใช้ความรุนแรงกับเด็กได้
 
นอกจากนี้หลักสูตร PLH ยังสอนถึงเรื่องการกำหนดกิจวัตรประจำวันและกฎระเบียบของบ้านว่า หากผู้ปกครองและเด็กมีกฎกติการ่วมกัน โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบ จะทำให้เด็กมีระเบียบวินัย และลดปัญหาการใช้ความรุนแรงได้ อีกทั้งยังสอดคล้องกับเรื่องสิทธิเด็กอีกด้วย

ในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาล นอกจากการนำหลักสูตร PLH ไปใช้ในการอบรมให้กับผู้ปกครองเพื่อลดปัญหาการใช้ความรุนแรงกับเด็กแล้ว ดิฉันยังสามารถนำไปใช้ ในการปฏิบัติงานได้โดยตรงกับการให้คำปรึกษา การจัดการรายกรณีกับเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงเพื่อป้องกันการถูกกระทำซ้ำ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้ เช่น กิจกรรมหยุดพักสักครู่ การจัดการอารมณ์ความรู้สึก
 
ดิฉันจึงเห็นว่าหลักสูตร PLH เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ควรค่าต่อการขยายผลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยเสนอว่าควรมีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจนบรรจุให้เป็นงานประจำ เช่นกำหนดให้เป็นหลักสูตรในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (อปท) หรือกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือจัดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนแก่นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ หรือ หลักสูตรผู้ประกอบวิชาชีพครู
 
หากทำได้เช่นนี้ก็จะเป็นการวางรากฐานการเลี้ยงดูเด็กไทยให้มีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาไปตลอดชีวิต และจะช่วยให้ลดปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อเด็กที่เกิดขึ้นในครอบครัวและในสังคมไทยได้

บทความวิชาการ “บทบาทของผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือ DSPM” โดย สิทธิพงศ์ ปาปะกัง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สังกัดกลุ่มการพยาบาล หน่วยงานผู้ป่วยนอกศัลยกรรมกระดูก-ข้อและเด็กจังหวัดมหาสารคาม

สรุปย่อบทความโดย TPP CoP

 

     เด็กคืออนาคตของชาติ การที่เด็กจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้นั้นการปูพื้นฐานในช่วงแรกของชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านสมอง การที่เด็กมีพัฒนาการที่ดีจะส่งผลให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และปรับตัวได้ดี มีความยืดหยุ่น และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีกว่าเด็กที่มีพัฒนาการที่ล่าช้า พัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างรากฐานของชีวิตและจิตใจเริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 5 ปีมีความสำคัญต่อการพัฒนาสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ พัฒนาการที่ผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อการเสียโอกาสที่จะมีพัฒนาการก้าวหน้าตามวัยทำให้เป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม ผู้ปกครองคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดเป็นผู้ช่วยในการดูแลเลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโตแข็งแรงตามวัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ปกครองจึงมีบทบาทที่สำคัญมากในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยแรกของชีวิต

 

ปัจจุบันนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้แจกหนังสือคู่มือคัดกรองพัฒนาการเบื้องต้น (DSPM) สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการประเมินคัดกรองพัฒนาการของเด็ก โดยได้รับคำแนะนำการใช้คู่มือจากสถานพยาบาลโดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายแนะนำการใช้คู่มือเบื้องต้นให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อนำกลับไปใช้ประเมินพัฒนาการของเด็กเมื่ออยู่ที่บ้านซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการที่จะช่วยคัดกรอง ประเมินพัฒนาการของเด็กได้ 

 

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าผู้ปกครองเองยังไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้คู่มือ DSPM เท่าที่ควร ซึ่งสังเกตจากการที่ผู้ปกครองพาเด็กมารับบริการฉีดวัคซีนที่คลินิกสุขภาพเด็กดี จากการสอบถามถึงการใช้คู่มือ DSPM ที่เจ้าหน้าที่ได้แจกให้เมื่อตอนแรกคลอด พบว่าผู้ปกครองบางรายไม่ได้เปิดอ่านคู่มือ มีบางรายคู่มือหาย บางรายไม่เข้าใจวิธีการใช้คู่มือ เป็นต้น

 

เมื่อเจ้าหน้าที่ประเมินพัฒนาการพบว่ามีเด็กบางรายมีพัฒนาการที่ล่าช้าทำให้เด็กเสียโอกาสในการที่จะได้รับการดูแลได้อย่างทันเวลา จะเห็นได้ว่าผู้ปกครองยังไม่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการใช้คู่มือ DSPM ในการประเมินพัฒนาการเด็กเท่าที่ควร


ดังนั้นการที่ผู้ปกครองมองเห็นถึงความสำคัญ ตระหนักใส่ใจในการใช้คู่มือ DSPM จะช่วยให้สามารถประเมินพัฒนาการเด็กให้ดีสมวัยได้และถือเป็นบทบาทหลักที่สำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี
เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป


ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านร่างกาย การที่เด็กได้รับการสัมพันธ์โอบกอดจากพ่อแม่ จะทำให้เกิดการการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กและสนองตอบความตื่นตัวของระบบประสาทของเด็ก นอกจากนี้พ่อแม่ควรจัดเวลา สถานที่ เพื่อให้ลูกได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกายและเล่นได้อย่างปลอดภัย ลูกจะเรียนรู้ได้มากจากการเล่นได้แสดงออก เลียนแบบท่าทางจากคนที่เล่นด้วย พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมพัฒนาการของลูก
เพื่อจะได้เข้าใจธรรมชาติและความรู้สึกนึกคิดของลูก และเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็กอีกด้วย


2. ด้านอารมณ์/จิตใจ พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ลูกมีจิตใจดีให้โอกาสลูกเรียนรู้ และฝึกทำสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตร พ่อแม่ต้องรับฟังและพูดคุยโต้ตอบกับลูกจำเป็นต้องให้เวลาและเอาใจใส่ลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางจิตใจ การฝึกให้ลูกเป็นคนมีน้ำใจมีคุณธรรมจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

 

3. ด้านสังคม เด็กจะซึมซับค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่ว่าเป็นมารยาททางสังคมหรือแม้แต่เรื่องราวระเบียบวินัยทางสังคม การรักและชื่นชมธรรมชาติล้วนเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ต้องชี ให้ลูกสนใจและปลูกฝังด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กจะเลียนแบบจากผู้ที่พบเห็น ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักกาลเทศะ รู้ผิดรู้ชอบและคุ้นเคยกับสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อชีวิต รู้จักกฎกติกาของสังคม เป็นต้น

 

4. ด้านสติปัญญา พ่อแม่สามารถจูงใจให้ลูก มีความใฝ่รู้ กล้าแสดงความคิดเห็น ฝึกให้ลูกเป็นคนรู้จักคิดได้โดยให้ความสนใจ ในสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฝึกให้ลูกสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว ให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองถูกลองผิดบ้าง ให้มีความคิดที่แปลกใหม่ พยายามให้เด็กได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทั้งนี้ ควรอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผล

 

5. ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ หากเข้าใจถึงแนวทางพื้นฐานเบื้องต้น คือ การฝึก การสังเกต ที่สำคัญเสรีภาพในครอบครัวจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ทั้งนี้พ่อแม่ต้องไม่ปิดกั้นหนทางในการสร้างสรรค์ของลูกน้อย

 

ดังที่ทราบกันดีว่าช่วงเวลาทองของชีวิตคือช่วงอายุ 0 –5 ปี ช่วงวัยนี้ สมองจะมีการพัฒนาเป็นอย่างมากซึ่งพบว่าเด็กวัยนี้เริ่มมีการเรียนรู้ต่อสภาพแวดล้อมภายนอก เริ่มมีความอยากรู้อยากเห็น มีการเลียนแบบ และเริ่มสังเกตเห็นพัฒนาการทั้ง 5 ด้าน ดังนั้นการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กในช่วงวัยนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะสามารถประเมินว่าเด็กมีพัฒนาการที่สมวัยหรือไม่

หรือถ้าหากพบว่ามีปัญหาพัฒนาการที่ล่าช้าจะได้รีบนำมารับการรักษาเพื่อแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุดคือผู้ปกครอง ดังนั้นผู้ปกครองจึงมีบทบาทที่สำคัญในการที่จะประเมินคัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัยและสามารถเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และเป็นคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจต่อไป

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:  

https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/258107 

 

ข้อมูลเชิงลึกจาก The Lancet: ความก้าวหน้าในการวัดความรุนแรงต่อเด็ก 
ข้อความด้านล่างเขียนโดย Claudia Cappa ที่ปรึกษาอาวุโส สถิติและการติดตามข้อมูลการคุ้มครองเด็กและการพัฒนา และส่วนการวิเคราะห์ แผนกข้อมูล การวิเคราะห์ การวางแผน และการติดตาม
 
     ทุกๆ วันในทุกภูมิภาคของโลก เด็กๆ ต้องเผชิญกับความรุนแรงซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพวกเขาอย่างยิ่ง เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 16.2 คือความมุ่งมั่นที่จะยุติความ รุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบโดยมีตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ สัดส่วนของเด็กที่ถูกรุกรานทางร่างกายหรือจิตใจที่บ้าน (เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 16.2.1) และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่เคยประสบความรุนแรงทางเพศในวัยเด็ก (เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 16.2.3)
 
นับตั้งแต่การนำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศต่างๆได้ดำเนินการเพื่อป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็ก อย่างไรก็ตามความพร้อมใช้งานของข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังคงมีจำกัด หากการรวบรวมข้อมูลยังคงดำเนินต่อไปในอัตราที่กำหนดไว้ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาทุกประเทศจะต้องใช้เวลาอีก 20 ปีจึงจะมีข้อมูลพื้นฐานตามตัวบ่งชี้ 16.2.1
 
นอกจากนี้การสร้างข้อมูลเกี่ยวกับตัวบ่งชี้ที่ 16.2.3สำหรับผู้หญิงในวัยหนุ่มสาวจะใช้เวลาเพิ่มอีก 35 ปี และ 201 ปี สำหรับผู้ชายในวัยหนุ่มสาวความเห็นล่าสุดโดย Dr. Omar Abdi (รองผู้อำนวยการบริหารขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF) และ Dr. Najat Maalla (ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN) ว่าด้วยความรุนแรงต่อเด็กได้เรียกร้องความสนใจไปที่ปัญหานี้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจำแนกประเภทความรุนแรงต่อเด็กในระดับนานาชาติ (International Classification of Violence against Children หรือ ICVAC)
 
ICVAC ได้รับการพัฒนาด้วยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน โดยให้คำจำกัดความที่ครอบคลุมของความรุนแรงต่อเด็กซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีระเบียบวิธี รับประกันการวิเคราะห์เปรียบเทียบตามเวลา แหล่งที่มา และประเทศต่างๆ 
 
การมีข้อมูลที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบและดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งยุติความรุนแรงและประเมินประสิทธิผล ดังที่กล่าวไว้ในความเห็นว่า “เด็กไม่ควรถูกกระทำความรุนแรงการกระทำเช่นนี้ไม่ควรยอมรับเป็นเรื่องปกติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในการค้นหาทุกวิถีทางและมาตรการเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบ”

โปรดอ่านบทวิจารณ์ฉบับเต็มในวารสารการแพทย์ Lancet เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกของปัญหานี้และขั้นตอนต่างๆ

งานวิจัย:

1. พฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยของผู้เลี้ยงดูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

ผู้แต่ง:สุพัตรา บุญเจียม

 

วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Analytical Study)

 

วารสาร: วารสารศูนย์อานามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

ปี: 2021

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/251219

งานวิจัย:

ผลของการสอนแนะพฤติกรรมการเลี้ยงดูของครอบครัว ต่ออาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยก่อนเรียน

 

ผู้แต่ง:

ณัฐิรา ทิวาโต

จินตนา ยูนิพันธุ์

สุนิศา สุขตระกูล

 

วิธีวิจัย:

การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental research) ใช้รูปแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง(The pretest–posttest control group design)

 

วารสาร: วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ปี: 2013

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUNS/article/view/254372

งานวิจัย:

ศักยภาพการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยด้วยการกิน กอด เล่น เล่า และการมีส่วนร่วมของผู้ดูแล ณ ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

 

ผู้แต่ง:

ยุภดี สงวนพงษ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

วาสนา แสงทอง คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

รจนา เมืองแสน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

ศิริพร พึ่งเพ็ชร์ คณะศึกษาศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา

 

วิธีวิจัย: การวิจัยแบบผสานวิธี

 

วารสาร: วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

 

ปี: 2022

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/258668

งานวิจัย: 

การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูเชิงบวกของผู้ปกครองเด็กปฐมวัย และความคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดเชียงราย

 

ผู้แต่ง:

ณฐมน สีธิแก้ว สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ศลิษา โกดยี่ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

เกศมณี มูลปานันท์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ขนิษฐา พิศฉลาด สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ฉันทนา แรงสิงห์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

สุริยเดว ทรีปาตี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จังหวัดกรุงเทพฯ

 

วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์

 

วารสาร: วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

 

 ปี: 2023

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tnaph/article/view/260653

งานวิจัย:

ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมในครอบครัวด้านสัมพันธภาพ พฤติกรรมการเป็นพ่อแม่ ภาวะซึมเศร้าของแม่และภาวะติดสุราของพ่อ กับปัญหาพฤติกรรมในเด็กสมาธิสั้นภาคกลางตอนบน

 

ผู้แต่ง:

นันทชา สงวนกุลชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการกลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลสามโคกจังหวัดปทุมธานี

จินตนา ยูนิพันธุ์ รองศาสตราจารย์คณะพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงบรรยาย

 

วารสาร: วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต

 

ปี: 2016

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/95934

งานวิจัย: 

การศึกษาแนวทางการพัฒนาเด็กแบบองค์รวมตามแนวคิด DIR/Floortime: โรงพยาบาลบ้านลาด เพชรบุรี


ผู้แต่ง:
วีรวัลย์ ยุวภูมิ โรงพยาบาลบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย
แก้วตา นพมณีจํารัสเลิศ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย
อธิวัฒน์ เจี่ยวิวรรธน์กุล สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย
นนทสรวง กลีบผึ้ง สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย


วิธีวิจัย:
การวิจัยศึกษาแบบกลุ่มทั้งก่อนและหลัง รวบรวมข้อมูลทั้งทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ


วารสาร: วารสารนานาชาติด้านพัฒนาการเด็กและสุขภาพจิต

 

ปี: 2017

 

Link for more information: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/cdmh/article/view/76406

งานวิจัย:
ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตสังคมของผู้ดูแลปฐมภูมิกับความนับถือตนเองในเด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคสมาธิสั้น: การศึกษาแบบสำรวจภาคตัดขวาง

ผู้แต่ง:
ประกาศิต วรรณภาสชัยยงภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล
อมรรัตน์ เพ็ญภัทรกุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานคร
พัฏ โรจน์มหามงคล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานคร
สุรีลักษณ์ สุจริตพงศ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ

วิธีศึกษา: การศึกษาแบบตัดขวาง

วารสาร: วารสารทางการแพทย์นานาชาติศิริราช
 

ปี: 2023

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/sirirajmedj/article/view/263447

 
งานวิจัย: 

การพัฒนาคู่มือในการสร้างวินัยเชิงบวกของผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนเวียงสระ

 

ผู้แต่ง:

ศศิวรรณ มุสิก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

นัฎจรี เจริญสุข สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ชูศักดิ์ เอกเพชร สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

 

วิธีวิจัย: การวิจัยเชิงปริมาณ

 

วารสาร: สารสารปัญญา

 

ปี: 2023

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/panya-thjo/article/view/264254

งานวิจัย:
การศึกษาวิจัยแบบผสมผสานทั้งก่อนและหลังการดำเนินการแทรกแซงโดยใช้การสนับสนุนผู้ปกครองและวัยรุ่นเพื่อป้องกันความรุนแรงต่อวัยรุ่นในประเทศฟิลิปปินส์
 
ผู้แต่ง:
Jocson, Rosanne M; Alampay, Liane Pena; Lachman, Jamie M; Maramba, Denise Hazelyn A; Melgar, Marika E; Ward,
Catherine L; Madrid, Bernadette
J; Gardner, Frances

วิธีวิจัย: กลุ่มวิจัยเดี่ยว ใช้การศึกษาก่อนและหลังแบบผสมผสาน
(single-group, pre-post mixed methods design)

วารสาร: วารสารสุขภาพวัยรุ่น

(Journal of Adolescent Health)

 

Year: 2023

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://www.jahonline.org/article/S1054-139X(23)00122-2/fulltext#secsectitle0035

ทบทวนงานวิจัย:
ผลของการดำเนินการโครงการปริกำเนิดเพื่อช่วยเรื่องความวิตกกังวลของผู้ปกครอง
พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของทารก และผลลัพธ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และทารกโดยใช้การทบทวนอย่างเป็นระบบ

ผู้แต่ง:

Smith CG; Jones EJH; Wass SV; Jacobs D; Fitzpatrick C; Charman T

วิธีการ: ใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 5 ฐานข้อมูลและขั้นตอนการค้นหาด้วยตนเองเพื่อระบุการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมตามกรอบเกณฑ์คุณสมบัติของ PICO

วารสาร: สมาคมสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

(The Association for Child and Adolescent Mental Health)

 

ปี 2022

 

ลิงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม: https://acamh.onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1002/jcv2.12116

 
หลักสูตร คู่มือ & เครื่องมือสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
หลักสูตรการเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดชีวิต (Parenting for Lifelong Health)  ชุดหลักสูตรการเลี้ยงดูเด็กเพื่อป้องกันความรุนแรง

การเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดชีวิต (Parenting for Lifelong Health หรือ PLH) 

เป็นโครงการ ริเริ่มระดับมหภาคที่นำโดยความร่วมมือระหว่างองค์กร PLH (เป็นกิจการเพื่อสังคมและเพื่อการกุศลที่มีฐานที่ตั้งในสหราชอาณาจักร) กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) มหาวิทยาลัยบังกอร์ (Bangor University) มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ (Cape Town University) มหาวิทยาลัยสเตลเลนบอช (Stellenbosch University) องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF)

 

PLH มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและทดสอบชุดหลักสูตรการอบรมผู้ปกครองเรื่องการเลี้ยงดูบุตรที่มีประสิทธิภาพ ที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นหลักสูตรที่คำนึงถึงบริบทวัฒนธรรม และปรับลดขนาดได้ เพื่อลดความเสี่ยงของความรุนแรงต่อเด็กและปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง หลักสูตรนี้พัฒนาโดยคำนึงถึงความเหมาะสมกำหนดเป้าหมายไปที่เด็กทารก เด็กวัยหัดเดิน เด็กเล็ก และวัยรุ่น

 

หลักสูตรการอบรมชุดนี้ ถูกทดสอบและนำไปใช้อย่างจริงจังในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางจำนวน 35ประเทศสำหรับผู้รับผลประโยชน์ประมาณ 300,000 ราย โครงการ PLH สำหรับเด็กเล็กซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้ปกครองของเด็กอายุ 2-9 ปี เป็นโครงการแรกที่ได้รับการปรับเปลี่ยน ทดลอง และประเมินผลในบริบทของประเทศไทย

 

ประสิทธิภาพของหลักสูตร PLH-YC ในประเทศไทย

ผลจากการวิจัยในปี พ.ศ. 2562 โดยความร่วม มือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ยูนิเซฟ และมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ทำการวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยใช้หลักสูตร PLH-YC ฉบับภาษาไทยกับ 120 ครอบครัวที่มีรายได้น้อยที่จังหวัดอุดรธานี  บุคลากรสาธารณสุขได้ทำการอบรมพ่อแม่ปกครองที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 4 แห่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามปกติ การเก็บข้อมูลได้ทำโดยการเก็บบันทึกรายงานจากพ่อแม่และการประเมินโดยการสังเกตเมื่อเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มที่ได้รับการอบรมกับกลุ่มที่ได้รับบริการจาก รพสต. ตามปกติ

 

ในช่วงเวลา3 เดือนหลังจากการอบรมพบว่ากลุ่มที่ได้รับการอบรมจะลดการปฏิบัติต่อเด็กด้วยความรุนแรงลงไป 58% ลดการเลี้ยงดูที่มีลักษะการทารุณกรรมและก้าวร้าวลง 44% ลดปัญหาสุขภาพจิตของพ่อแม่ลงไป 40% และลดปัญหาพฤติกรรมเด็กลงไป 60% ผู้ปกครองยังรายงานอีกว่าสามารถใช้วิธีการเลี้ยงดูเด็กทางบวกได้ดีขึ้น รู้สึกว่าตนเองมีความสามารถในการดูแลเด็กสูงขึ้น ผู้ปกครองมาอบรมโดยเฉลี่ย 7 ใน 8 ครั้ง โดยรวมแล้วผู้ปกครองให้คะแนนความพอใจต่อการมาอบรมครั้งนี้ 9.4 จากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความพอใจในระดับสูงมาก

 

ลิงค์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวหลักสูตร PLH: 

https://globalparenting.org/parenting-for-lifelong-health

GISP เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ระดับโลก
การสนับสนุนระดับโลกสำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก

โครงการระดับโลกเพื่อสนับสนุนผู้ปกครอง หรือ Global Initiative to Support Parents (GISP) ซึ่งทำงานเพื่อให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นสากล 

 

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเดือนแห่งการเลี้ยงดูเด็กทั่วโลก Global Initiative to Support Parents (GISP) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกใหม่ในวันที่ 27 มิถุนายน เพื่อแบ่งปันงานวิจัยและแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการสนับสนุนผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก พร้อมไปกับบการเชื่อมโยงชุมชนการสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กทั่วโลกและสนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืนในการเข้าถึงโครงการพัฒนาด้านการเลี้ยงดูและดูแลเด็กอย่างทั่วถึง

 

ทีม GISP ยินดีรับข้อเสนอแนะต่างๆ ตลอดจนข้อเสนอแนะสำหรับเว็บไซต์ใหม่ของเราที่ info@support-parents.org

 

เรียนรู้เกี่ยวกับ GISP ที่นี่: https://support-parents.org/


ท่านสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลอัพเดต GISP ที่นี่ https://ecdan.us15.list-manage.com/subscribe?u=8103bc6125ed66e0964ae244d&id=5e3845540e

วิสัยทัศน์ของยูนิเซฟในการยกระดับการเลี้ยงดูเด็ก 

 

วิสัยทัศน์ของ UNICEF ในด้านการเขียนโปรแกรมหลายระดับแบบบูรณาการ ก้าวไปไกลกว่าการเข้าถึงผู้ปกครองในฐานะผู้รับข้อมูลหรือการศึกษา ไปสู่ความร่วมมือที่ร่วมมือกันมากขึ้น โดยมีการสร้างการสนับสนุนร่วมกันสำหรับเด็กตลอดจนเพื่อ/กับผู้ปกครองด้วย อ่านเพิ่มเติม

 

เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในการเลี้ยงดูเด็กของ UNICEF คลิกที่นี่:  https://www.unicef.org/documents/unicefs-vision-elevating-parenting

โภชนาการเมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉิน

 
 
UNICEF, Global Nutrition Cluster และพันธมิตรทางเทคนิคด้านโภชนาการได้จัดทำคู่มือฉบับย่อเพื่อเพิ่มพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้สูงสุดภายใต้โครงการ โภชนาการในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน คู่มือฉบับนี้จะช่วยเลริมสร้างความตระหนักว่าโภชนาการที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัย และการมุ่งเน้นไปที่โภชนาการเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินยังมอบโอกาสที่จะสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ดูแลเด็กอีกด้วย
 
 
บทสรุปการสนับสนุนของสหประชาชาติฉบับใหม่เกี่ยวกับการประกันความปลอดภัยและสิทธิสำหรับเด็กพลัดถิ่น

 

หน่วยงานสำคัญของสหประชาชาติมารวมตัวกันเพื่อจัดทำบทสรุปการสนับสนุนที่สะท้อนบทเรียนจากวิกฤตการณ์ล่าสุดทั่วโลก และสรุปหลักการเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการและนโยบายเพื่อปกป้องเด็กพลัดถิ่นให้ดียิ่งขึ้น 

 

บทสรุปสั้นๆ สำหรับการสนับสนุนนำเสนอการดำเนินการเชิงนโยบายเพื่อให้การคุ้มครองเด็กอย่างมีประสิทธิผล มีดังนี้
- ให้การคุ้มครองเด็กที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้
- เพิ่มศักยภาพให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงด้วยโอกาสและทักษะ
- ให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจแก่ครอบครัวและชุมชน ลดความเสี่ยงที่เด็กต้องถูกบังคับใช้แรงงานหรือต้องถูกบังคับให้แต่งงาน
- ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ไม่ว่าเด็กจะมาจากไหนก็ตาม

 

บทสรุปเน้นย้ำว่าเด็กและผู้ดูแลในชุมชนท้องถิ่นจะต้องสามารถเข้าถึงบริการจากหลายภาคส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาอย่างครอบคลุม และการดูแลที่มีครอบครัวและชุมชนเป็นฐานต้องได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก


อ่านเพิ่มเติม: https://www.end-violence.org/articles/new-un-advocacy-brief-ensuring-safety-and-rights-displaced-children

เอกสารบรรยายสรุป
เนื้อหาทางเพศที่เด็กเป็นผู้สร้างขึ้นเอง: มุมมองของเด็กและเยาวชน
 

เนื้อหาทางเพศที่เด็ก "สร้างขึ้นเอง"
ที่เกิดจากการที่เด็กและเยาวชนถ่ายภาพและวิดีโอโดยใช้สมาร์ทโฟนหรือเว็บแคมแล้วแชร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ กำลังเป็นปัญหาต่อความปลอดภัยของเด็กบนอินเทอร์เน็ตที่กำลังเพิ่มมากขึ้น แม้ว่านี่อาจเป็นรูปแบบการแสดงออกสำหรับเด็กบางคน แต่มันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงมากมายต่อเด็กที่จะถูกละเมิดและถูกแสวงประโยชน์อื่นๆ บนโลกออนไลน์


ในปี 2022 Internet Watch Foundation พบหน้าเว็บ 199,363 หน้า ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศที่เด็ก "สร้างขึ้นเอง" ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปี 2021 

 

WeProtect Global Alliance และ Praesidio Safeguarding ได้พูดคุยกับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับประเด็นเนื้อหาทางเพศที่ "สร้างขึ้นเอง" ในสามประเทศ ได้แก่ กานา ไทย และไอร์แลนด์ โดยใช้การสนทนากลุ่มเล็กกับเด็กอายุ 13-17 ปีและขอให้เด็กๆ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการและเหตุผลที่เขาสร้างสื่อเหล่านี้ และวิธีแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของการถูกละเมิด

 

ดาวน์โหลดไฟล์: https://www.weprotect.org/child-self-generated-sexual-material-children-perspectives/

งานประชุม สัมนาของ TPP CoP

Webinar ที่ผ่านไปแล้ว:

 

สัมมนาออนไลน์ครั้งที่ 7 

ชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (TPP CoP) 

 

จัดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 เวลา 14.00 น.- 16.00 น.

ดูย้อนหลังผ่านช่องยูทูปคลิกที่: Thai Positive Parenting Community of Practice

 

------------------------------------------------------------


งานประชุมของ TPP CoP ที่กำลังจะเกิดขึ้น:

 

การประชุมแบบพบตัว (in-person meeting) ครั้งแรก !!!

ของชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กในประเทศไทย 

 

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 เวลา 08:00 น. - 17:00 น.

ณ  ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ

 

แนวเรื่องหลักของการประชุม: การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก: จากโครงการที่มีชุมชนเป็นฐานไปสู่นโยบายระดับชาติ

 

หัวข้อในงานสัมมนาครั้งนี้มีดังนี้: (หมายเหตุ: เป็นร่างหัวข้อเท่านั้น)

Session 1: เวทีเสวนา: การผลักดันนโยบายด้านการเลี้ยงดูเด็ก

Session 2: นำเสนอ: การส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกด้วยโปรแกรมที่มีงานวิจัยรองรับหรือมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าได้ผลจริง

Session 3: สัมมนาเชิงปฏิบัติการ ห้องย่อยให้เลือกเข้า:

A: การสนับสนุนผู้ปกครองด้วยโปรแกรมดิจิตัลในการเลี้ยงดูเด็ก

B: การติดตามและประเมินการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง

C: การส่งเสริมโปรแกรมการเลี้ยงดูเชิงบวก

D: วิธีสร้างความร่วมมือในการทำงานกับผู้ปกครองเด็ก 

Session 4: สรุปข้อเสนอแนะที่ได้จากห้องย่อยแต่ละห้อง และจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินงานต่อไป

 

สนใจลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้ !!!

ลิงค์ลงทะเบียน:

https://docs.google.com/forms/d/1orOEX4YK6gQe-qbiK6fVhgKjyYZ9-bj3Xdj-SwbSuQ0/edit

งาน กิจกรรม และความเคลื่อนไหวนานาชาติ
การประชุมสุขภาพดิจิทัลระดับโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และออนไลน์
 
แนวเรื่องหลักของการประชุม: การขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ
และเท่าเทียมกัน
 
Global Digital Health Network เป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Digital Health Forum ประจำปีทุกปีในเดือนธันวาคม ก่อนหน้านี้การประชุมจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 เราได้จัด การประชุมแบบเสมือนจริงครั้งแรกซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คนจากกว่า 110 ประเทศ

การประชุมประกอบด้วย การบรรยาย และอภิปรายที่หลากหลายซึ่งเปิดให้มีส่วนร่วม ทั้งนี้เพื่อเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐบาล นักพัฒนาด้านสุขภาพดิจิทัล นักวิจัย ผู้บริจาค ผู้ดำเนินการ และผู้เชี่ยวชาญภาคสนามทั่วโลก 
 
รูปแบบการประชุมมีทั้ง การนำเสนอแบบกลุ่ม การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนำเสนอแบบทั่วไป
การนำเสนอแบบรวดเร็ว การอภิปรายโต๊ะกลมโดยผู้เชี่ยวชาญ การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสุขภาพดิจิทัล และการสาธิตแนวทางการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของผู้เข้าสัมมนา
มีจำนวนผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 300 ถึงกว่า 2,000 คนในช่วงเวลาสองถึงสามวัน โดยมีวิทยากรจากทั้ง WHO, USAID, World Bank, Facebook, Microsoft และ Johnson & Johnson รวมถึงองค์กรด้านสาธารณสุขและนักวิจัยที่มีชื่อเสียงมากมายจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
 
กิจกรรมนี้อาจเป็นประโยชน์กับบุคคลและองค์กรต่างๆ ที่กำลังทำหรือสนใจที่จะส่งเสริมการแทรกแซงการเลี้ยงดูเด็กแบบดิจิทัล

การประชุมสุขภาพดิจิทัลระดับโลก (Global Digital Health Forum) 2566
4- 6 ธันวาคม 2566

กิจกรรมแบบผสมผสาน การประชุมเสมือนจริง (โซนเวลาเอเชียและแอฟริกาตะวันออก)
และการประชุม ณ สถานที่จริงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 
 
ขณะนี้กำลังเปิดให้มีการลงทะเบียน!!!

กำหนดเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้า: 13 ตุลาคม 2566
 

ลงทะเบียนหรือดูข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.gdhf.digital/

 

โลกที่ไร้เด็กกำพร้า การประชุมระดับโลกครั้งที่ 3

ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย 

(ข้อมูลเพิ่มเติมจะตามมาภายหลัง)

 

29 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม 2567


ไม่มีเวลาไหนที่เหมาะสมไปกว่าเวลานี้

ในการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อสร้างโลกที่ปราศจากเด็กกำพร้า 

 

หลายปีที่ผ่านมาเกิดวิกฤตการณ์่กมาย ตั้งแต่โรคภัยไข้เจ็บ ความขัดแย้ง ไปจนถึงภัยธรรมชาติ
สิ่งนี้ทำให้พวกเราหลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า และเรารู้ว่าเด็กๆ ต้องทนทุกข์ทรมานมากที่สุด
แต่เรารู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่แสงสว่างในตัวเราทุกคนจะส่องแสงในความมืด เพราะความมืดไม่สามารถเอาชนะความสว่างได้ (ยอห์น 1:5)


ด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้สึกยินดีที่จะจัดการประชุม

Global Forum for a World Without Orphans (WWO) ครั้งที่ 3 Global Forum for a World Without Orphans (WWO), Together From Crisis to Hope

 

ร่วมกันเปลี่ยนวิกฤตเป็นความหวัง ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์- 4 มีนาคม 2567 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย เราจะแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน!

จดหมายข่าวฉบับที่ 5 จะส่งภายในเดือนมกราคม 2024 โปรดติดตาม!!
หากท่านต้องการลงข้อมูลงานวิจัย กิจกรรมขององค์กร งานประชุมสัมมนา ฯลฯ ในจดหมายข่าวนี้
โปรดส่งข้อมูลมายังผู้ประสานงานโครงการ มูลนิธิศานติวัฒนธรรม คุณเฉลิมขวัญ ชุติมา
ที่อีเมล thaipositiveparentingcop@gmail.com
ขอขอบคุณ
Headline
In this issue
Foreword

Message from the Co-Chairs

Welcome to the fourth edition of the Thailand Positive Parenting Community (TPP CoP) newsletter. This will be the final newsletter for 2023, and we look forward to publishing the next one in early 2024. The committee members of TPP CoP are delighted to witness the continuous progress and growth of our community. The primary objective of TPP CoP is to disseminate information about the efforts of dedicated civil servants, practitioners, academics, researchers, and social workers who advocate for positive child-rearing practices. Our aim is to serve as a platform for the exchange of knowledge and experiences related to raising well-adjusted children.

 

Since our inception, we have received applications from 46 individuals interested in becoming community members. We have successfully organized six webinars, with a collective registration count of over 700 participants, and more than 300 people actively engaged in these events. Additionally, our community website hosts a repository of valuable resources, including more than 120 items such as research
findings, reports, courses, instructional manuals, academic articles, and more.

 

As we approach the end of this year, we are excited to announce upcoming activities. On October 6th, we hosted our 7th webinar, and on December 19th, there will be an in-person meeting in Bangkok where members can convene. During the meeting, we will have panel discussion and presentation in the morning, in the afternoon participants can select to join one from four parallel working groups. The topics of the working group were chosen based on a poll conducted during the 6th webinar. We earnestly look forward to meeting with all of you at this events.


Our co-chairs and the coordinator remain committed to surveying creative activities and valuable resources for our community members. These resources will continue to be shared through our webinar platform, website, and this newsletter. We aspire to serve as an indispensable resource and a communal hub for advancing the principles and practices of positive parenting throughout Thailand.
We invite you to join hands with us in our mission. Your support and collaboration are invaluable, and we hope to work together throughout the remainder of this year, into the new year of 2024, and for many years to come.

With best wishes, 

 

Dr. Sombat Tapanya

Dr. Panadda Tanasetakorn

Dr. Amalee McCoy

CoP Member Introduction

Since our community currently has 46 officially registered members from all over the country, we would like to use this space in each edition to gradually introduce members of the community during each issue.

 

1. The National Institute of Child Development


The National Institute of Child Development is an agency of the Department of Health, established to promote and develop early childhood education and ensure age-appropriate development.

 

Its mission is to empower children to grow strong, smart, and happy through the following objectives:
Develop knowledge in promoting early childhood development
- Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM) for early childhood development.
- Manual for organizing school activities for parents based on the principles of brain development: BBL (Brain-Based Learning) for early childhood development centers that care for children under 3 years of age.
- Parenting guidelines to promote the development and learning of children under 3 years of age.

- Guidelines for promoting the quality of early childhood development centers in health (4D) according to the standards of national early childhood development center.
- Communication skills: Notifying parents and guardians of the results of child development assessments.


Transmitting knowledge and developing skills for parents, guardians, teachers, childcare providers, public health officials, and community networks in promoting the health and
development of young children Online learning courses
- Monitoring and promoting early childhood development Theory and practice

- Organizing parent school activities on 4D health and promoting play in early childhood development centers


Enhancing collaboration among community networks to oversee and advance early childhood development, and driving initiatives in line with national standards for early childhood development centers in the 4D health domains (Development & Play/ Diet/ Dental/ Disease).


Developing a prototype early childhood development center according to the national standards for early childhood development 

- Wallop Thai-Northern Early Childhood Center.

 

Facebook: สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ

ยูทูป: National Child 

Website: https://nich.anamai.moph.go.th/th

Phone: 02-590-4417

 

 

2. Care for Children:

Care for Children believes that children thrive best when they are cared for in a loving family. Founded in 1998, Care for Children works with governments to address the challenge of transitioning from institutional care to family-based care.  Our team trains orphanage staff how to develop foster care, empowering them to recruit, assess and train suitable foster families and follow up with support and monitoring. The love and nurture of a foster family can help a child develop healthy emotional intimacy, trust, self-esteem and a chance to learn valuable life skills.   

 

Working closely with the Department of Children and Youth, under the Ministry of Social Development and Human Security, Care for Children has trained 30 residential care facilities and 77 provincial child and family shelters.  As the Thai government continues to steer planning and policy in the direction of alternative care, under the banner of “All children in Thailand belong in safe and nurturing families”, Care for Children supports this goal and works to develop a system where foster parents can provide a safe, stable and temporary home for children in need of care.

 

Address:  223/30 Moo 1 Nong Ho Road T. Chang Phueak,

A. Muang Chiang Mai 50300

Telephone: +66 (0)53 010 727

www.careforchildren.com

 

 

3. Jojo’s Sanctuary

At Jojo’s Sanctuary, we believe that every child has the right to grow up in a safe and nurturing family. We focus on family preservation by working to educate, protect and empower vulnerable families in Northern Thailand. Each of our projects has the aim to prevent family separation by equipping parents or other relatives to care for their children without needing to send them to a children’s home.

 

Our education program provides scholarships for uniforms for students entering a new phase of school: grade 1, grade 4, grade 7, grade 10, and university We also provide trainings in a variety of child protection topics to caregivers, educators and children. For stateless students, we offer university tuition scholarships so they are eligible to apply for Thai citizenship after graduation.

 

Our protection program aim to provides citizenship assistance for families with undocumented children so they can get their Thai citizenship. We also have two foster families providing therapeutic foster care for children with trauma.

 

Our empowerment programs focus on family strengthening. Building Family Dreams is an 18-month program with a group of 8 families facing similar struggles. This program includes workshops on positive family dynamics, family field trips, regular home visits, and an income generating program so the family can earn enough income to care for their children themselves. 

 

Our standalone income generating program provides seed money for families wanting to start or expand their small business. Family businesses we have helped include: raising pigs to sell, selling chili paste, and sewing tribal clothing.

 

Jojo’s Sanctuary is located in Chiang Mai, Thailand.

Contact info: office number 082-595-4815

Website: www.jojosthailand.org

Email: jojosadmin@jojosthailand.org

 

 

4. SOS Children’s Villages Thailand

SOS Children’s Villages (CV) Thailand is the member association of the global federation of SOS Children’s Villages. SOS CV Thailand provides alternative care services for that children deprived of parental care and the ones at risk of losing parental care. We deliver family’s strengthening and child safeguarding programs to present family separation.

 

SOS CV Thailand works in 5 provinces of Thailand: Samut Prakan, Songkla, Nongkhai, Chaing rai, and Phuket to provide a range of services to support and improve the lives of children and young people without parental care or at risk of losing care. We enable children to grow up with the bonds they need to develop and become their strongest selves.

 

Our care solutions include alternative care, we provide a family-like care model for children to grow up in supportive and safe family-based environment. We also provide a Family Strengthening Program to prevent family separation by working directly with families, communities, children, young people and partners to strengthen families facing difficulty so they can stay together. Moreover, we advocate for and with children and young people to equally access their human rights and grow in safe, stable, supportive environments to ensure their well-being and reaching full development to become their strongest selves as well as self-reliant.

 

Address: SOS Children's Villages Thailand

18 M.3 Soi Boonsiri, Sukhumvit Rd

Samutprakarn, Thailand 10270

www.sosthailand.org

Member Updates

On 2 October 2023, the National Institute for Child and Family Development Mahidol University celebrated the 26th anniversary of the founding of the National Institute for Child and Family Development. In the morning, administrators, retirees, and institutional personnel Performed a Buddhist religious ceremony.

At the event, there was a ceremony to present certificates to outstanding personnel for the year 2022, a discussion activity on the topic “Children's Institute and Thai Family Development” and a show of kindness to the retired administrators, faculty and personnel attending the event at the Sustainable Family Room. Nittaya-Naiphinij Kotchapakdee, 3rd floor, Panyawattana Building National Institute for Child and Family Development Mahidol University

Upcoming Activities & Events
1. A webinar on “care leaver experienced in Thailand, Tanzania and Sweden”
 
on Tuesday 10th of October 2023
15:00-16:30 (Thai time)
 
2. Salaya Muang Maha Sanook 

Invitation to "Salaya Muang Maha Sanook" Learning Power Play Camp

 

We are thrilled to invite parents, guardians, and enthusiastic supporters to an exciting and educational event that promises to create lasting memories for your children and grandchildren. Join us for the "Salaya Muang Maha Sanook" Learning Power Play Camp, taking place from
17-20 October 2023.

 

For more information, please reach out to our coordinators:

 Ms. Marisa Nimkul

Tel: 0970-213-737 (available on business days and non-public holidays)

 

Ms. Suparada Kasorn

Tel: 0924-145-296 (available on business days during office hours)

3. Invitation to Online Training: "Organizing Co-Educational Education for Inclusive Success"

 

We are excited to extend an invitation to parents, guardians, and child caretakers for a special online training session on the topic of "Organizing Co-Educational Education: Opportunity and Example of Success in Education that Leaves No One Behind."

 

This training will take place on Saturday, October 14, 2023, from 8.45 AM to 12.00 PM.

 

To express your interest and apply for this training, please visit the following link: https://nicfd-member.mahidol.ac.th/member/login...

 

For additional information or inquiries, please do not hesitate to contact us:

Tel: 083-5281083 or 02-4410602-10 ext. 1417 (available during business hours) 

Announcement:

Course on Assessment of Cognitive Function for Child Development and Learning

 

We are excited to introduce a valuable opportunity to enhance your knowledge in evaluating children's intellectual brain function and supporting their development and learning. Get ready for today's class and boost your skills with our course, “Mahidol Apprenticeship Program Curriculum (MAP-C)”

 

Course Title: CFIN 539 - Assessment of Cognitive Function for Research Design and Child Intervention (Evaluation of Children's Brain Function, Intelligence, and Learning)


For more details about the course format, please visit our Facebook page:

https://www.facebook.com/photo/?fbid=685175026967931&set=a.438902881595148
Registration Fee: 1,800 baht per credit (3,600 baht per subject)

 

Application Channel: Register for the course through this link: https://graduate.mahidol.ac.th/MAP-2021/MAP-C-All.php

Course Registration: https://graduate.mahidol.ac.th/MAP-2021/MAP-C-All.php

 

Course Dates: From October 19, 2023, to November 30, 2023

Articles and  Research Highlights
Article: Perspectives on Enhancing Positive Child-Rearing Skills through the Parenting for Lifelong Health Program (PLH)

Author: Ms. Khaisri Sirinambuntawee, Head of the Social Work Group, Udon Thani Hospital

 

I had the privilege of joining the Parenting for Lifelong Health (PLH) program in 2018 when I participated in a 5-day training course as a facilitator led by Dr. Jamie M. Lachman, one of the Master Trainers for this program. I then organized training sessions for two rounds for parents in the community, attended by 25 people from Klingkham Health Promotion Hospital in Mueang district, Udon Thani province.

 

My experience as a facilitator and the results of implementing the PLH program in the community has given me valuable insights into this program.

 

PLH is a practical, hands-on course that emphasizes real-world application. It allows us to observe tangible changes in parents' behaviour and attitudes, which they often share with us both during the group training and afterwards. Parents frequently report positive changes in their children as a result of program implementation, such as spending more time with their children, having conversations about emotions, and praising them—a practice many had not previously used. This change is clearly visible and is contributing to a reduction in child maltreatment. In addition, the PLH program teaches parents to establish daily routines and household rules. Involving children in setting these rules promotes discipline and is consistent with children's rights.

 

As a hospital social worker, I have found that the PLH program goes beyond parent training. I can apply its principles directly in my counselling and case management work with children and women who have experienced violence, helping to prevent re-victimization. In addition, I incorporate PLH strategies 

into my daily life by, for example, taking a pause and my emotional management.

 

Therefore, I strongly believe that the PLH program deserves to be extended to all regions of Thailand. To achieve this, a special department should be entrusted with the task of integrating the program into regular practice. For example, it could be integrated into child development centers under the local government organizations, the Department Affairs of Women and Family Affairs under the Ministry of Social Development, or it could even be included as part of the curriculum for students in nursing education, the Faculty of Social Work, or teacher training.

Through the wider adoption of PLH, we can build a foundation for educating healthy Thai children — physically, mentally, socially, and intellectually—throughout their lives. This initiative will play an important role in reducing violence against children in Thailand.

Article: "The Role of Parents in Evaluating Child Development According to the DSPM Manual"

Author: Sittipong Papakang

Expert Professional Nurse - Orthopedic and Pediatric Surgery Outpatient Unit, Maha Sarakham Province

Summary by: TPP CoP

 

Children are the future of our nation, and it is crucial for them to grow into well-rounded adults. Early childhood, particularly brain development, lays the foundation for a successful life. Children with good development are more likely to excel in learning and adaptability, leading to better integration into society. In contrast, delayed development can create challenges for both families and society as a whole.

 

The early years, from birth to age 5, are significant for nurturing a child's mind and body. This period is essential for shaping a child into a fully developed adult. Any abnormalities in this development phase can hinder a child's progress, creating burdens for families and society. Parents, being the closest individuals to children, play a pivotal role in ensuring that children grow physically and mentally according to their age. Parents are essential partners in promoting child development during these formative years.

 

Currently, the Ministry of Public Health has provided a handbook for preliminary developmental screening (DSPM) to parents. This manual is designed to help parents evaluate and monitor their child's development at home. Despite this valuable resource, some parents remain unaware of its importance. Observations at the Well Baby Clinic revealed that some parents had not read the manual, lost it, or didn't understand how to use it. Unfortunately, this lack of awareness and importance attached to the DSPM manual can lead to missed opportunities for timely care in cases of delayed development.

It is crucial that parents recognize the significance of the DSPM manual. Utilizing this tool can aid in assessing their child's development appropriately for their age and contribute significantly to their overall growth and future success.

 

Parents can actively participate in fostering their children's development in the following areas:

1. Physical Development: Providing affection and physical interaction with children stimulates their nervous system and overall development. Parents should create safe spaces and opportunities for their children to move, exercise, and play. These activities help develop both fine and gross motor skills.

 

2.Emotional/Mental Development: Parents should nurture a loving and understanding environment, allowing children to develop emotionally and mentally. Listening, talking, and spending quality time with children create mental stability and help cultivate good character and morals.

 

3.Social Development: Children learn values and social etiquette from their parents and guardians. Parents should model good behavior, fostering an understanding of right from wrong, and teaching the rules of society.

 

4.Intellectual Development: Parents can motivate their children to be curious learners who are not afraid to express their thoughts and ideas. Encouraging children to observe and think critically, problem-solve, have new ideas. Try to allow children to think about solving problems on their own. This should be based on reasoning.

 

5. Ability and creativity: It is something that can be developed. If you understand the basic guidelines, which are training and observation, importantly, freedom in the family will be a stimulant for creativity. can be successful in the future However, parents must not block the creativity of their children.

 

The ages of 0 to 5 are considered the "golden period" for brain development. During this time, children's brains are highly active, making them eager learners who observe and imitate. Screening and promoting child development in these early years are vital for identifying and addressing any developmental issues promptly. Parents are the primary caregivers and, therefore, play a crucial role in conducting screening assessments and promoting their children's development. By actively participating in their child's growth, parents can ensure appropriate development and help them become well-adjusted individuals who contribute positively to society both physically and mentally.

 

Read full article: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/258107

3. Every day, in every region of the world, children experience violence, a grave violation of their fundamental human rights.  

Insights from The Lancet: Advancements in Measuring Violence against Children.

The below message was written by Claudia Cappa, Senior Adviser, Statistics and Monitoring Child Protection and Development  Data and Analytics Section Division of Data, Analytics, Planning and Monitoring

 

The SDG target 16.2 is a commitment to end all forms of violence against children. Key indicators include the proportion of children who are subjected to physical or psychological aggression at home (SDG 16.2.1) and young adults who experienced sexual violence in their childhood (SDG 16.2.3).

Since the SDGs' adoption in 2015, nations have taken action to prevent and respond to violence against children. However, the availability of data on the issue remains limited. If data collection continues at the rate established over the last two decades, it will take another 20 years for all countries to have baseline data on indicator 16.2.1. Furthermore, producing data on indicator 16.2.3 for young women will take 35 more years and a staggering 201 years for young men.

 

A recent commentary by Dr. Omar Abdi (UNICEF Deputy Executive Director) and Dr. Najat Maalla M’jid (UN Special Representative on Violence against Children) calls attention to this issue and underscores the importance of the International Classification of Violence against Children (ICVAC). Developed with insights from over 200 experts, the ICVAC provides a comprehensive definition of violence against children that can be used to produce reliable and methodologically sound data, and ensure their comparability across time, sources, and countries.

 

Having quality data is crucial to design and implement strategies aimed at ending violence and assessing their effectiveness. As stated in the commentary “No child should be subjected to violence. No one should accept that so many still are. It is everyone’s collective responsibility to find every means and measure to end all forms of violence against children, for good.”

Please read the full commentary in the Lancet to understand the depth of this issue and the steps that we can take together.

Research
Research:
Early Child Parenting Behavior of Caregivers in the Northeast Region

Author: Supattra Boonjeam

Methods: Cross-sectional Analytical Study

Journal: The Journal of Regional Health Promotion Center 7 Khon Kaen.
 
Year: 2021
 
Research: 

The Effect of Behaviour Therapy with Family Involvement on Aggressive Behaviour of Autistic Children


Authors: Natthira Thiwato, Jintana Unipan, Sunisa Suktrakul


Methods:
Quasi-experimental research uses the pretest-posttest control group design


Journal: Journal of Nursing Science Chulalongkorn University

 
Year: 2013 
 
Research:
Competency for raising early childhood through eat-hold-play-tell and caregiver participation in Na Siew Subdistrict, Mueang Chaiyaphum District, Chaiyaphum Province

Authors:
Yuphadi Sa-nguanphong
Faculty of Nursing, Chaiyaphum Rajabhat University
Wassana Saengthong
Faculty of Business Administration, Chaiyaphum Rajabhat University
Rojjana Muangsan
Faculty of Business Administration, Chaiyaphum Rajabhat University
Siriporn Phungphet
Faculty of Education, Nakhonratchasima College

Methods: Mixed method study

Journal: Regional Health Promotion Center 9 Journal: Journal of Health Promotion and Environmental Health
 
Year: 2022
 
Click here for further study:
Research: 

Factors Related to Positive Parenting Behaviors and Executive Function in Preschool-age Children, Chiang Rai Province

 

Authors:
Nathamon Seethikaew
School of Nursing, Mae Fah Lung University, Chiangrai, Thailand
Salisa Kodyee
School of Nursing, Mae Fah Lung University, Chiangrai, Thailand
Katemanee Moonpanane
School of Nursing, Mae Fah Lung University, Chiangrai, Thailand
Khanittha Pitchalard
School of Nursing, Mae Fah Lung University, Chiangrai, Thailand
Chuntana Reangsing
School of Nursing, Mae Fah Lung University, Chiangrai, Thailand
Suriyadeo Tripathi
Center for Morality Promotion (CMP) (Public Organization), Bangkok

 

Method: descriptive correlational research 

 

Journal: Nursing Journal of the Ministry of Public Health

 

Year: 2023

 

Research:

The relationship between family environmental conditions, parenting behaviors, maternal depression, paternal alcohol use, and attention deficit problems in children in the upper central region

 

Authors:
Nanthacha Sanguankulchai, professional nurse, nursing group expert, Sam Khok Hospital, Pathum Thani Province
Jintana Unipan, Associate Professor, Faculty of Nursing, Chulalongkorn University


Methods: Descriptive research

 

Journal: Journal of Psychiatric and Mental Health Nursing

 

Year: 2023 
 
link for further study: 

https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/95934

Research:
A Study of the Holistic Approach to Child Development According to the DIR/Floortime Concept: Banlat Hospital, Phetchaburi

 

Authors:

Weerawan Yuwapoom Banlat Hospital, Phetchaburi Province, Thailand
Kaewta Nopmaneejumruslers National Institute for Child and Family Development, Mahidol University, Thailand
Athiwat Jiawiwatkul National Institute for Child and Family Development, Mahidol University, Thailand
Nonthasruang Kleebpung National Institute for Child and Family Development, Mahidol University, Thailand

Method:
study with one group pre-test and post-test design.  Data was collected both in terms of quantity and quality

Journal: International journal of child development and mental health

Year: 2017
 
Research: 

The Relationship Between Primary Caregivers’ Psychosocial Factors and Self-Esteem in Children and Adolescents with ADHD: An Exploratory Crosssectional Study

 

Author:

Prakasit Wannapaschaiyong Department of Pediatrics, Faculty of Medicine, Siriraj Hospital, Mahidol University

Amornrat Penphattarakul Department of Pediatrics, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, Bangkok

Pat Rojmahamongkol Department of Pediatrics, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, Bangkok

Sureelak Sutchritpongsa Department of Pediatrics, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, Bangkok

 

Method: A cross-sectional study

 

Journal: Siriraj Medical Journal

 

Year: 2023

 

Link for further study:

 https://he02.tci-thaijo.org/index.php/sirirajmedj/article/view/263447


 

Research: 

The Development of a Strengthening Positive Handbook for Student’s Parents of Wiengsa School


Authors:
Sasiwan Musik

Educational Administration, Suratthani Rajabhat University
Nacharee Jaroensuk
Educational Administration, Suratthani Rajabhat University
Chusak Akephet
Educational Administration, Suratthani Rajabhat University

 

Methods: Quantitative Research


Journal: Panya Journal

 

Year: 2023

 

link for further study: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/panya-thjo/article/view/264254

Research:
Pre-post Mixed Methods Study of a Parent and Teen Support Intervention to Prevent Violence against Adolescents in the Philippines

Authors:
Jocson, Rosanne M; Alampay, Liane Pena; Lachman, Jamie M; Maramba, Denise Hazelyn A; Melgar, Marika E; Ward, Catherine L; Madrid, Bernadette J; Gardner, Frances

Method: single-group, pre-post mixed methods design

Journal: Journal  of Adolescent Health

Year: 2023
Research:
The effect of perinatal interventions on parent anxiety, infant socio-emotional development and parent-infant relationship outcomes: A systematic review

Authors:
Smith CG; Jones EJH; Wass SV; Jacobs D; Fitzpatrick C; Charman T;

Method: Five electronic databases as well as manual search procedures were used to identify randomised controlled trials according to a PICO eligibility criteria framework.

Journal: The Association for Child and Adolescent Mental Health

Year: 2022
Tools & Guidance 
 

Parenting for Lifelong Health: A suite of parenting programmes to strengthen parent-child relationships and prevent violence 

Parenting for Lifelong Health (PLH) is a global initiative led by a partnership between the PLH organization (a UK-based, charitable social enterprise) and the Universities of Oxford, Bangor, Cape Town, Stellenbosch, and the WHO and UNICEF. PLH is committed to developing and testing a suite of effective, freely available, culturally relevant, and scalable parenting programmes to reduce the risk of violence against children and improve child well-being in low-and middle-income countries. The programmes are developmentally appropriate, targeting infancy, toddlerhood, early childhood, and the adolescent years. These programmes have been rigorously tested and implemented in 35 low- and middle-income countries for approximately 300,000 beneficiaries. The PLH Young Children programme, which targets the parents of children aged 2-9 years, is the first programme version to be adapted, piloted, and evaluated in the Thai context.


In 2019, in cooperation with the Ministry of Public Health and UNICEF, the University of Oxford conducted a randomized trial of the adapted Thai version of PLH-YC with 120 low-income families in Udon Thani province.  Health professionals delivered the programme at four Health Promotion Hospitals as part of their routine work. Data collection methods included adult self-reports and observational assessments.


Comparing the intervention to a control condition of services as usual at 3-months follow-up, researchers found that the programme reduced child maltreatment by 58%, abusive and harsh parenting by 44%, parent mental health problems by 40%, and child behaviour problems by 60%. Parents also reported improvements in positive parenting, monitoring, and parental self-efficacy. Participants attended an average of 7 out of 8 sessions. Overall, parents rated the programme an average score of 9.4 out of 10, demonstrating a high level of satisfaction.


Learn more about the programme:  https://globalparenting.org/parenting-for-lifelong-health

 

GISP Launches New Global Online Platform
GLOBAL SUPPORT FOR PARENTS AND CAREGIVERS 

THE GLOBAL INITIATIVE TO SUPPORT PARENTS (GISP) WORKING TO MAKE PARENT AND CAREGIVER SUPPORT UNIVERSAL

In celebration of Global Parenting Month, the Global Initiative to Support Parents (GISP) launched a new online global platform on June 27 to share research and resources of evidence-based practices for parent and caregiver support, connect the global parenting support community, and advocate for sustainable investment in universal access to parenting and caregiving support interventions.

The GISP team welcomes feedback and suggestions for the new website at info@support-parents.org.

 

 Sign up to receive GISP updates here: https://support-parents.org/ 

UNICEF’s Vision for Elevating Parenting

 

UNICEF’s vision for integrated, multilevel programming moves beyond approaching parents as recipients of information or education, to a more collaborative partnership where there is a co-construction of support for the child as well as for/with the parents themselves.

 

Read more on UNICEF’s parenting vision click:

https://www.unicef.org/documents/unicefs-vision-elevating-parenting

Nutrition in Emergency Responses

UNICEF, the Global Nutrition Cluster, and the Technical Alliance for Nutrition created a Quick Guide to for Maximizing Early Childhood Development within Nutrition in Emergencies Programmes. The guide recognizes that good nutrition is a vital component of early childhood development, and focusing on nutrition in emergency response offers further, untapped opportunities to support child growth and development, as well as caregiver well-being.

 

Download the guideline: https://www.corecommitments.unicef.org/kp/quick-guide-for-maximizing-early-childhood-development-within-nutrition-in-emergencies-programmes

 

NEW UN ADVOCACY BRIEF ON ENSURING SAFETY AND RIGHTS FOR DISPLACED CHILDREN

Major UN agencies have come together to develop an advocacy brief that reflects on lessons from recent crises worldwide and outlines principles to guide action and policy to better protect displaced children.

The advocacy brief proposes policy actions to enable the effective protection of children:

Provide accessible, quality child protection Empower women and girls with opportunities and skills

Provide economic support to families and communities, reducing the risk of children having to resort to child labour or child marriage Make schools safe places for children, no matter where they come from

The brief emphasizes that children and their caregivers in local communities must be able to access multi-sectoral services to address their needs comprehensively, and that family and community-based care must be prioritized.

 

Read more: https://www.end-violence.org/articles/new-un-advocacy-brief-ensuring-safety-and-rights-displaced-children

CHILDREN’S PERSPECTIVES ON ‘SELF-GENERATED’ SEXUAL MATERIAL ONLINE  

 

Child ‘self-generated’ sexual material is a growing issue for children’s safety on the internet. It is when children and young people take images and videos using smartphones or webcams, and then share them on online platforms. While it may be a form of expression for some children, it comes with a lot of risks of online abuse and exploitation.


In 2022, the Internet Watch Foundation found 199,363 pages containing child ‘self-generated’ sexual material – a nine per cent increase from 2021.


WeProtect Global Alliance and Praesidio Safeguarding spoke to children and young people on the issue of ‘self-generated’ sexual material in three countries – Ghana, Thailand and Ireland. They used small focus groups with children aged 13-17 and asked them to share their thoughts about how and why children created these materials, and their solutions to risks of abuse.

 

Download file: https://www.weprotect.org/child-self-generated-sexual-material-children-perspectives/

CoP Webinar

TPP CoP previous webinar 

 

7th Webinar of Thai Positive Parenting Community of Practice (TPP CoP)

took place on 6 October 2023 from 14.00 - 16.00 hours.

 

To watch the recorded VDO of the previous webinars, please click the link below

Thai Positive Parenting Community of Practice

 

-----------------------------------------------------------------------

 

Upcoming Meeting

Thai Positive Parenting Community of Practice 1st In-Person Meeting !!!

 

19 December 2023

at Chulabhorn Research Institute, Bangkok

 

Meeting theme: Building strong partnerships for positive parenting: From community-based programmes to national policies

Provisional agenda:

Session 1 Panel discussion: Putting Positive Parenting on the Policy Agenda  
Session 2 Presentations: Promoting positive parenting through evidence-based programmes
Session 3 PARALLEL WORKING GROUPS:
A: Digital parenting programme interventions 
B: Monitoring and evaluating parental engagement & impact 
C: Policy advocacy for positive parenting programmes
D: Collaborative methods in working with parents
Session 4: Feedback & priorities identified by parallel working groups

 

Register now!!!
Link for registration: 

https://docs.google.com/forms/d/1orOEX4YK6gQe-qbiK6fVhgKjyYZ9-bj3Xdj-SwbSuQ0/edit 

International Updates & Events

GLOBAL DIGITAL HEALTH FORUM, Washington, D.C & Online

Theme: Driving Effective and Equitable Digital Health Innovation

 

The Global Digital Health Network hosts the annual Global Digital Health Forum every year in December. Previously, the meeting was hosted in Washington, DC. However, in 2020, we held our first virtual forum with over 2,000 participants from over 110 countries.

 

The Forum features diverse and engaging sessions to connect government stakeholders, digital health developers, researchers, donors, implementers and field experts from across the globe. The Forum features panel presentations, hands-on workshops, poster presentations, lightning talks, facilitated expert round-table discussions, digital health workshops, and interactive solution demonstrations. Size has ranged from 300-2,000+ attendees over two to three days, with featured speakers from the WHO, USAID, World Bank, Facebook, Microsoft, and Johnson & Johnson and many well-known public health organizations and researchers from leading universities.


This event may be useful to those individuals and organizations who are currently or are interested in promoting digital parenting interventions.


Global Digital Health Forum 2023
December 4- 6, 2023
Hybrid Event – Virtual (Asia and East Africa time zones) & In-Person in Washington D.C.


Registration is OPEN !!!
Early registration deadline: October 13, 2023
To register and for more information visit: https://www.gdhf.digital/

 

A World Without Orphans, 3rd Global Forum, Chiang Mai, Thailand 
29 February - 4 March 2024

The need for a global movement to see a world without orphans has never been greater!
The last several years have been filled with crises, from disease to conflict to natural disasters. This has caused many of us to grow weary, and we know that children suffer the most. Yet, we know now is the time for the Light in all of us to shine in the darkness, for the darkness has not overcome it. (John 1:5)
For this reason, we are excited to hold
 
The 3rd Global Forum for a World Without Orphans (WWO), Together From Crisis to Hope
February 29-March 3, 2024, in Chiang Mai, Thailand.
 
Together we are stronger!
 

More information: https://worldwithoutorphans.org/forum/global-forum-2024

The 5th issue of our newsletter will be released in January 2024, please stay tuned!!

If you would like to post your work activities, research, events, webinars, etc. in this CoP

e-newsletter, please send information to the Project Coordinator at the Peace Culture Foundation,

Ms. Chalermkwan Chutima, at thaipositiveparentingcop@gmail.com.

Thank you!

Facebook
Twitter
View this email in your browser
You are receiving this email because of your relationship with Peace Culture Foundation. Please reconfirm your interest in receiving emails from us. If you do not wish to receive any more emails, you can unsubscribe here.
This message was sent from thaipositiveparentingcop.gmail.com@email.benchmarkapps.com to thaipositiveparentingcop.gmail.com@email.benchmarkapps.com
155 Soi 6, Suan Luang Village, T. Baan Waen, A. Hang Dong, Chiang Mai, Thailand 50230


Update Profile/Email Address