จดหมายข่าวจากชุมชนผู้ปฎิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (TPP CoP)
จดหมายข่าวฉบับที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ 2024 - เมษายน 2024
 
 
หัวข้อข่าว
 
    เรื่องน่าสนใจประจำฉบับ
 For the English newsletter please click here 
or scroll down to the end and click at
'view the entire message'
 
บทนำ
สารจากกรรมการ 

 

สวัสดีสมาชิกและผู้รับจดหมายข่าวทุกท่าน  จดหมายข่าวฉบับนี้ถือเป็นฉบับแรกของปี 2567 จึงขอใช้โอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน และขอบคุณทุกท่านที่ได้เข้าร่วมการสัมมนาแบบพบตัวกันที่ชุมชนผู้ปฏิบัติงานฯ ของเราได้จัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ก.ท.ม. ในหัวข้อสัมมนาที่ชื่อว่า “การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก: จากโครงการที่มีชุมชนเป็นฐานไปสู่นโยบายระดับชาติ”  ซึ่งได้รับการสนับสนุนในการจัดงานจาก LEGO Foundation และ World Childhood Foundation  โดยในวันนั้นมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 133 คน ที่มาจากกระทรวงต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงเรียน พรรคการเมือง  องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) นักวิชาการ นักวิจัย และ บุคคลทั่วไปที่สนใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากงานสัมมนาครั้งนั้นจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนทั้งในระดับชุมชนไปจนถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในระดับประเทศเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกโดยใช้แนวทางและหลักสูตรที่มีงานวิจัยรองรับหรือมีการพิสูจน์แล้วว่าเกิดผลในทางที่ดีขึ้นต่อคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนและผู้ปกครองจริง เพื่อการคุ้มครองเด็ก และลดปัญหาสังคมอันเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และครอบครัวต่อไป


ในปีนี้ชุมชนผู้ปฏิบัติงานฯ ยังคงมุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ และร่วมมือกันในการขยายงานการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกเพื่อให้เกิดการคุ้มครองเด็ก ความอยู่ดีมีสุข และพัฒนาการที่ดีของเด็กในประเทศไทย


กิจกรรมในปี 2567 นี้จะยังคงมุ่งเน้นที่การจัดสัมมนาออนไลน์ (webinar) ทุก ๆ 2 เดือน การออกจดหมายข่าวราย 3 เดือน และ การอัพโหลดแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ลงใน website เพื่อให้สมาชิกและผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับเราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการวิจัย ข้อมูลของหลักสูตรการอบรม กลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน ประสบการณ์และบทเรียนที่ได้รับทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานของตน ตลอดจนเป็นกระบอกเสียงร่วมกันในการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก


โปรดมีส่วนร่วมกับชุมชนผู้ปฏิบัติงานฯ ของเราต่อไปและให้มากขึ้นด้วยการสมัครเป็นสมาชิกที่ www.thaipositiveparentingcommunity.org  และติดต่อผู้ประสานงานของชุมชนฯ เพื่อแนะนำหรือส่งข้อมูลของท่าน เช่น หลักสูตร คู่มือ งานวิจัย บทความ ด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก ด้านการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก เพื่อให้ผู้ประสานงานนำลงเผยแพร่ใน website และในจดหมายข่าว หรือ หากท่านมีงานกิจกรรมที่อยากจะให้ผู้ประสานงานได้ช่วยประชาสัมพันธ์ก็สามารถส่งมาให้ได้ นอกจากนี้ หากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด ที่จะช่วยให้ชุมชนผู้ปฏิบัติงานฯ สามารถทำงานในลักษณะเครือข่ายพันธมิตรและมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับสมาชิกและสาธารณะให้มากขึ้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย เราก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะรับข้อเสนอแนะเหล่านั้นไว้พิจารณา โปรดส่งข้อเสนอแนะของท่านมายังผู้ประสานงานเพื่อนำเข้าสู่คณะกรรมการบริหารชุมชนฯ พิจารณา


สุดท้ายนี้ขออวยพรให้ตลอดปี   2567 นี้ของทุกท่าน เป็นปีแห่งความชื่นบาน และความก้าวหน้าสำเร็จในด้านต่าง ๆ ที่ทุกท่านได้เริ่มต้นไว้ และขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและสุขภาพจิตใจ เพื่อดำเนินชีวิตเชิงบวกได้ในทุก ๆ วัน

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

 

ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา

ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร 

ดร.แอมมาลี แม็คคอย

แนะนำสมาชิก
เพื่อให้สมาชิกได้รู้จักพันธกิจของกันและกัน และมีช่องทางในการติดต่อประสานงานในอนาคต ดังนั้นในฉบับนี้เราจึงขอแนะนำ

 

1. กรมกิจการเด็กและเยาวชน 

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

วิสัยทัศน์ คือ เป็นองค์กรหลักในการกำหนดนโยบาย สร้างเด็ก และเยาวชนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืน 

 

พันธกิจ

1) พัฒนานโยบายและมาตรการด้านเด็กและเยาวชนในเชิงรุก

2) ส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาเด็ก และเยาวชนให้มีทักษะชีวิตที่จำเป็นในการดำรงชีวิตตามช่วงวัย

3) พัฒนาและเชื่อมโยงระบบคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

4) พัฒนาระบบสวัสดิการเด็กและเยาวชนที่เหมาสมกับบริบทของประเทศไทย

5) บูรณาการภาคีเครือข่ายเพื่อแก้ปัญหาเชิงประเด็น

6) พัฒนาบุคลากร และระบบบริหารองค์กรให้มีสมรรถนะสูง

7) พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศรองรับการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีความทันสมัย

 

ที่ผ่านมากรมกิจการเด็กและเยาวชนมีการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนใน 3 ด้าน อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

 

ด้านส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน อาทิ การสนับสนุนการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ  การสนับสนุนสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย/สนับสนุนสถานพัฒนาเด็กเอกชน  การส่งเสริมทักษะทางดิจิทัลให้กับเด็กและเยาวชน ทักษะด้านคุณธรรม และ EQ  จัดการศึกษาให้กับเด็ก พัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ (RF 21)  ทักษะด้านกีฬา และศิลปะให้กับเด็กในสถานรองรับ การพัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชนทั้งในและต่างประเทศสู่การเป็นแกนนำในศตวรรษที่ 21 รวมทั้ง การช่วยเหลือด้านอาชีพ เช่น การส่งเสริมทักษะอาชีพเยาวชน ฝึกอาชีพแม่วัยรุ่น (ระยะยาว) การให้เงินสงเคราะห์ (ระยะสั้น)

 

ด้านคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน อาทิ การจัดบริการสถานรองรับเด็กในสถานรองรับ 33 แห่งทั่วประเทศ และบ้านพักเด็กและครอบครัว 77 แห่ง มีเด็กได้รับการช่วยเหลือ 34,273 คน การจัดตั้งศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กระดับตำบล 5,013 แห่ง เพื่อเป็นกลไกการดำเนินงานในพื้นที่ดำเนินการปกป้องคุ้มครองและเยียวยาในมิติต่างๆ ซึ่งปี 2566 มีเด็กได้รับการช่วยเหลือผ่านกลไกศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก 15,812 คน และดำเนินโครงการ ซ่อม เสริม สร้าง บ้านที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก 136 หลัง ครอบคลุม 77 จังหวัด โดยปรับปรุงและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของเด็กให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยผ่านการทำ CSR ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

 

ด้านส่งเสริมสวัสดิการเด็กเยาวชนและครอบครัว อาทิ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มีเงินจากกองทุนคุ้มครองเด็ก ที่สนับสนุนให้กับเด็กและหน่วยงานที่ดำเนินโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ การส่งเสริมให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบครอบครัว โดยการจัดหาครอบครัวทดแทน ทั้งแบบชั่วคราว และถาวร งานบุตรบุญธรรม ในและต่างประเทศ การสนับสนุนปัจจัย 4 ให้กับเด็กในสถานรองรับ ตามช่วงวัย การให้เงินอุดหนุนกับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน  เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์

 

ที่ตั้ง: 1034 ถ. กรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

โทรศัพท์: 02 2555850

Website: https://www.dcy.go.th/

 
 
2. ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านการเลี้ยงดูเด็ก
(Positive Parenting Promotion Center)

 

จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
1.  เพื่อจัดตั้งการจัดตั้งศูนย์ให้เป็นศูนย์ ความรู้ วิจัยและฝึกอบรมด้านจิตวิทยาการเลี้ยงดู 


2. เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเลี้ยงดูเด็กและผลกระทบจากการเลี้ยงดูต่อ พัฒนาการและสุขภาพจิตเด็ก ความจำเป็นและความต้องการในการพัฒนาเด็กของพ่อแม่ผู้ปกครองในบริบททางสังคมและประชากรที่แตกต่างหลากหลาย  

 

3. เพื่อกลั่นกรองและขยายผลโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับด้วยวิทยาศาสตร์ของการขยายผล

 

4. เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลวิทยากรและบริการด้านการฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กในประเทศไทยให้แม่นตรง เป็นปัจจุบัน พร้อมต่อการนำไปใช้สนับสนุนการขยายผลการฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็ก 


5 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการและบุคลากรกับหน่วยงานหรือองค์กรที่พัฒนางานด้านการฝึกทักษะ การเลี้ยงดูเด็กทั้งในและต่างประเทศ


สถานที่ดำเนินการ: สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ 196 หมู่ 10 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180. 
โทรศัพท์: 053-908-300 
Email: positiveparentingricd@gmail.com

 
 
3. สมาคมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้
แห่งประเทศไทย
 
สมาคมฯ เป็นองค์กรที่เติบโตมาจากคำแนะนำจากคนพิการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านให้รวมกลุ่มผู้ดูแลบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งผลพวงจากการรวมกลุ่มทำให้ผู้เยาว์ที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ได้สานสัมพันธ์กัน เกิดการแชร์ประสบการณ์ระหว่างครอบครัวร่วมกัน รวมทั้งได้รับการส่งเสริมทางวิชาการเพื่อความเข้มแข็งในการใช้ชีวิตและการศึกษาเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพและงาน

ในปี 2551 การรวมกลุ่มประสบผลสำเร็จเพราะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองกองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ จากนั้น ปี 2554 องค์กรได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นนิติบุคคลในรูปสมาคมฯ และได้ดำเนินกิจกรรมกับองค์กรเครือข่ายทั่วประเทศ ตามแผนงานและยุทธศาสตร์คนพิการแห่งชาติ รวมถึงต่อมาได้ขอแจ้งชื่อเป็นองค์การคนพิการประเภทการเรียนรู้ต่อนายทะเบียนองค์กรคนพิการ คือกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  อีกทั้งได้จดแจ้งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยแสดงความจำนง ต่อกรมสรรพากรในการรับบริจาคเงินเพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ทั้งนี้เพื่อประกอบกิจกรรมส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางการเรียนรู้

สมาคมฯ มีโปรแกรมการให้บริการคนพิการทางการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายหลายแห่งที่จะฟื้นฟูสภาวะสูญเสียการอ่าน และการมีปัญหากับสิ่งพิมพ์เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ รวมถึงการฟื้นฟูภาวะสูญเสียความสามารถในการคำนวณและการประเมินสถานการณ์รอบตัว กับความสามารถในการเขียนเพื่อสื่อสารกับสังคมซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานของผู้มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ในเรื่องการมองเห็นและการได้ยิน อันจะส่งผลให้เกิดปัญหาทางจิตเวชตามมาในภายหลังได้

กว่า 15 ปีที่ดำเนินกิจการมา สมาคมฯ ได้ให้บริการครอบครัวคนพิการทางการเรียนรู้ไปไม่น้อยกว่า 3,000 คน ขยายผลในสถานศึกษาได้หลักแสนคน และขยายผลในสังคมได้จำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างทำการสำรวจและวิจัย จัดกิจกรรมให้บริการวิชาการและความสัมพันธ์ที่ดีหลายด้านไม่น้อยกว่า 100 ครั้ง ด้วยความเชื่อมั่นว่า วันหนึ่งข้างหน้าจะมีคนพิการทางการเรียนรู้เพิ่มปริมาณขึ้นพร้อมทั้งเข้าถึงสวัสดิการตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันจะมีคนพิการทางการเรียนรู้จำนวนหนึ่งสามารถเลิกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรพิการเนื่องจากสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ ตามปณิธานของสมาคมฯ คือ
ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและไม่มีเรื่องของเราที่ปราศจากเราเข้าไปเกี่ยวข้อง

ปัจจุบัน คนพิการทางการเรียนรู้ สตรีพิการทางการเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบหลายคนได้ก้าวนำความพิการไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและได้ย้อนกลับมารวมตัวเพื่อสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือคนที่ประสบปัญหาคล้ายกันต่อไป ให้สามารถก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ในที่สุด
 
สมาคมฯ ยินดีเป็นสื่อกลางทางวิชาการและสื่อสัมพันธ์อันดีของชุมชน LD ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติภาษาและทุกทัศนคติ ขอเรียนเชิญแชร์ประสบการณ์ของท่านและมาใช้บริการของพวกเรา เพื่อการพัฒนาชีวิตของบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ติดต่อเราได้ที่: สมาคมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้แห่งประเทศไทย 77/184 ม.3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
 
โทรศัพท์: 086 914 2299 คุณสุมามาลย์ / 061 547 8746 คุณศิริไชย /  081 537 9906 คุณจิราพัชร / 081 530 1024
คุณนิธิวดี /  086 325 1357  คุณบุญฤทธิ์  
 
IG ,line official , YouTube, Facebook: ค้นคำว่า Thaidyslexia  
Facebook กลุ่มของสมาคม ฯ: (สำหรับส่งแนบไฟล์งานเพื่อส่งเอกสารให้กับสมาชิก) ชื่อกลุ่ม”ชมรมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้จังหวัดชลบุรี”

line openchat: ค้นคำว่า “ชุมชนแอลดีไทย “
อัปเดตงานของสมาชิก
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มูลนิธิศานติวัฒนธรรม และ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะองค์กรร่วมบริหารงานชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (Thai Positive Parenting Community of Practice ชื่อย่อ TPP CoP)  ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก: จากโครงการที่มีชุมชนเป็นฐานไปสู่นโยบายระดับชาติ" โดยมี ผศ.ดร. สมบัติ ตาปัญญา เป็นผู้แทนของกรรมการร่วมบริหารกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการร่วมก่อตั้ง TPP CoP ขึ้นมา นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ Paula Guillet de Monthoux, Secretary General, World Childhood Foundation และคุณ Aaron Lee Morris, Partnerships Specialist, The LEGO Foundation ในฐานะองค์กรผู้สนับสนุนทุนในการจัดงานสัมมนาครั้งนี้มาร่วมกล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีกับการสัมมนาแบบพบตัวกันครั้งแรกของ ชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (TPP CoP)
 
ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 133 คนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานของ UN ภาคประชาสังคม (NGOs) โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักวิจัย พรรคการเมือง และ บุคคลทั่วไปที่สนใจ
 
นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live บนเพจสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล มีผู้เข้าชมกว่า 2,000 คน (ดูย้อนหลังที่ https://fb.watch/pD9-4qJO6P/?mibextid= v7YzmG)
ในงานยังได้มีพิธีลงนามความเข้าใจ (MOU) ระหว่างมูลนิธิศานติวัฒนธรรม และ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อร่วมกันบริหารงาน TPP CoP 
กิจกรรมภายในงาน ช่วงเช้าเป็นเวทีสวนาโดยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐเรื่องการผลักดันนโยบายด้านการเลี้ยงดูเด็ก และ การนำเสนอเรื่อง การส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกด้วยโปรแกรมที่มีงานวิจัยรองรับ ในช่วงบ่ายมีการแบ่งห้องสัมมนาย่อยออกเป็น 4 ห้องให้ผู้เข้าร่วมได้เลือกเข้า โดยมีหัวข้อดังนี้
• การสนับสนุนผู้ปกครองด้านการเลี้ยงดูเด็กด้วยโปรแกรมดิจิตัล
• การติดตามและประเมินการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและผลกระทบ
• การผลักดันโปรแกรมการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกไปสู่ระดับนโยบาย
• วิธีการทำงานกับผู้ปกครองในลักษณะของการร่วมมือกัน
ภายนอกห้องสัมมนายังมีการจัดบูธของหน่วยงานที่เป็นสมาชิกของ TPP CoP อีก 6 บูธ ได้แก่ 1. สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ เชียงใหม่ 2. โครงการการเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดชีวิต สำหรับเด็กเล็ก (PLH-YC)
3. มูลนิธิดรุณาทร (Compassion Thailand)
4. โครงการ HIPPPY
5. หลักสูตรเน็ตป๊าม๊า (Net PAMA) และ
6. บอร์ดเกมส์จากบริษัท คลับ ครีเอทีฟ จำกัด

กิจกรรม “วิ่งกับลูก ครั้งที่ 1 Positive Parenting Fun Run”

สสส.-กรมสุขภาพจิต จัดกิจกรรม “วิ่งกับลูก ครั้งที่ 1 Positive Parenting Fun Run” แนะหลักการ “กอด ชม พูดคุย รับฟัง” สอดรับ "เลี้ยงดูเชิงบวก" สร้างสุขภาวะกาย ใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว หวังสร้างวัคซีนใจ ป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเด็ก-เยาวชน


เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2567 ที่กองพันสัตว์ต่าง กรมการสัตว์ทหารบก ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายพ่อแม่เลี้ยงบวก จัดกิจกรรม “วิ่งกับลูก ครั้งที่ 1 Positive Parenting Fun Run” ส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวกกับพ่อแม่เด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น ผ่านกิจกรรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูเชิงบวก 5 ฐาน ตลอดระยะทางเดิน/วิ่ง 3.5 กิโลเมตร มีพ่อแม่ผู้ปกครองพร้อมบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ครอบครัว รวมกว่า 700 คน


พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต และ ผู้จัดการแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสุขภาพจิต กล่าวว่า “ในปี 2565 กรมสุขภาพจิตได้ศึกษาปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม ที่นำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวชในระยะยาวในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี พบว่า ประมาณ 1 ใน 7 คน และเด็ก อายุ 5-9 ปี ประมาณ 1 ใน 14 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ และวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ร้อยละ 17.6  มีความคิดทำร้ายตนเองและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่นอีกด้วย การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ซึ่งเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก ซึ่งครอบคลุมทั้งการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว การทำกิจกรรมและใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงการสร้างเครือข่ายที่ช่วยสนับสนุนพ่อแม่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูเด็ก หากทุกครอบครัวตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กผ่านการเลี้ยงดูเชิงบวก จะทำให้เกิดชุมชนเลี้ยงบวก ร่วมกันสร้างเด็กไทยคุณภาพให้ประเทศไทย ลดปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นลงได้ในที่สุด”


พญ.หทัยชนนี บุญเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ กล่าวว่า “การจัดกิจกรรม

“วิ่งกับลูก ครั้งที่ 1 Positive Parenting Fun Run” ได้นำหลักการสำคัญของการเลี้ยงดูเชิงบวกเข้ามาสอดแทรกในกิจกรรมและส่งเสริมการใช้เวลาร่วมกัน แนะแนวทางให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง “กอดส่งรัก ชมจากใจ พูดคุยให้รู้ใจ และรับฟังด้วยหัวใจ” ภายในงานยังมีบูธกิจกรรมให้ความรู้ และมีเด็กและผู้ปกครองร่วมกว่า 700 คน

 

หากสนใจข้อมูลความรู้ทักษะการเลี้ยงลูกเชิงบวก

สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก: วิ่งกับลูก Positive Parenting Fun Run #1”

กรมกิจการเด็กและเยาวชนจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ

ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ 2567

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 09.30 น. นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน มอบหมายให้ นายอุเทน ชนะกุล รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงาน ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เรื่องกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระเบียบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชน ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน วิทยากร ผู้สังเกตการณ์ และเจ้าหน้าที่ กรมกิจการเด็กและเยาวชน จำนวนทั้งสิ้น 36 คน  ณ ห้องประชุมรวงข้าว นวคุณ ชั้น 11 โซน A และผ่านระบบประชุมออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting)
งานประชุมวิชาการเน็ตป๊าม้า (NetPAMA) ครั้งที่ 1

งานประชุมวิชาการเน็ตป๊าม้า ครั้งที่ 1 เรื่อง “ปัจจัยความสำเร็จในการจัดตั้งห้องเรียนเน็ตป๊าม้า” เพื่อนำเสนอผลการดำเนินการขยายผลและจัดตั้งห้องเรียนเน็ตป๊าม้า รวมถึงจัดกิจกรรม workshop เพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพให้แก่กระบวนกรในการทำกระบวนการกลุ่มกับผู้ปกครองในอนาคต

 

จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 8.30 - 16.00 น. ณ ห้องพระเอราวัณ 1-2 ชั้น 2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เพื่อร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การจัดตั้งห้องเรียนเน็ตป๊าม้าในพื้นที่ พร้อมทั้งแบ่งปันเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชนและครอบครัวในประเทศไทย

6 กุมภาพันธ์ 2567 วันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ

สืบเนื่องจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันอังคารที่  28 กุมภาพันธ์ 2566 อนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กในประเทศไทย และกำหนดให้วันอังคาร สัปดาห์ที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ
 
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมกับภาคีเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Safe Internet Coalition) ซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมสำคัญซึ่งเป็นจุดริเริ่มของการส่งเสริมความตระหนักเรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัยสร้างสรรค์กับประชาชน เด็ก เยาวชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานด้านการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กในประเทศไทย เพื่อให้การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กและเยาวชนไทยได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมและให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และภาคประชาสังคม ได้มีส่วนร่วมรับรู้ถึงภัยออนไลน์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับผลกระทบจากการใช้อินเทอร์เน็ตไม่เหมาะสม   
 
“วันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ” จะเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมทบทวนการทำงาน สร้างความตระหนักเรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัยสร้างสรรค์ และยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยออนไลน์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จัดระบบคุ้มครองช่วยเหลือและสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกคนในสังคมรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล เพื่อให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในการใช้งานสำหรับทุกคน
งานแถลงข่าวประเด็น “เด็ก 4 ขวบตกตึก”
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดงานแถลงข่าวในประเด็น “เด็ก 4 ขวบตกตึก” โดยมี รองศาสตราจารย์
นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ผู้อำนวยการ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นายประจวบ ผลิตผลการพิมพ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานสื่อสาธารณะ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงข่าว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยที่สามารถป้องกันได้ ให้แก่
ผู้ปกครอง ผู้ออกแบบ และเจ้าของอาคาร ในการป้องกันอุบัติเหตุจากการพลัดตกจากอาคารหรือที่สูงซึ่งอาจเกิดขึ้นกับเด็กได้
งานประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็นเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 2/2567 
หัวข้อ "ดูแลพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพด้วยกรอบแนวคิด Nurturing Care Framework (NCF) การดูแลอย่างเอาใจใส่" 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดการประชุมวิชาการขึ้นโดยได้เชิญ ครูปฐมวัย ครูผู้ดูแลเด็ก พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจทั่วไปเข้าร่วมประชุม โดยในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานจำนวน.มากกว่า 3,300 คน

เปิดตัวครั้งแรก ชุมชนผู้ทำพันธกิจครอบครัว

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567   มูลนิธิดรุณาทร (Compassion Thailand) ได้จัดการสัมมนาออนไลน์เพื่อเปิดตัว 'ชุมชนผู้ทำพันธกิจครอบครัว' ขึ้น

 

โดยชุมชนฯ นี้จัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์คือ

1. เสริมสร้าง หนุนใจ ในการทำพันธกิจ 

2. เพิ่มเครือข่ายที่ทำงานด้านครอบครัว

3. แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ในบริบทของสมาชิกแต่ละท่าน/ องค์กรในการทำพันธกิจครอบครัว

 

ในครั้งนี้มูลนิธิฯ ได้เชิญวิทยากรซึ่งเป็นผู้แทนจากคริสตจักรสัมพันธ์บ้านละอุบ คริสตจักรบ้านแม่เหาะ มูลนิธิก้าวหน้าพัฒนา (Step Ahead Foundation) และ ชุมชนผู้ปฏิบัติงานด้านการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกในประเทศไทย (Thai Positive Parenting Community of Practice) มาร่วมแบ่งปันพันธกิจด้านเด็กและครอบครัวของพวกเขาด้วย
กิจกรรม & งานที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

1. เชิญร่วมสัมมนาออนไลน์: "เลี้ยงลูกอย่างไรโตไป ไม่โกง"

 

ขอเชิญครู-อาจารย์ ผู้ดูแลเด็ก ผู้ทำงานด้านพัฒนาการมนุษย์ และศิษย์เก่าหนักสูตรพัฒนาการมนุษย์ร่วมสัมมนาออนไลน์


วันที่ 2 มีนาคม 2567 เวลา 09.00-12.00 น.
การเรียนรู้: ผ่าน Zoom และ Facebook Live

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทร 092-4145296
สมัครได้ที่: https://nicfd-member.mahidol.ac.th/member/login..

2. เชื่อมโยงใจเรา เข้าใจลูก Happy parents, Happy kids
เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง มาเรียนรู้โลกภายในของตัวเองด้วย Satir Model กลับมาใจดีกับตัวเอง เป็นพ่อแม่ธรรมดาๆ ที่มีความสุข เพื่อส่งมอบความสุขนี้เป็นของขวัญให้กับลูกๆ 

เชื่อมโยงใจเรา เข้าใจลูก ผ่าน Satir Model" Happy Parents, Happy Kids : Using Satir Model 

สถานที่: Tree Scape Retreat Resort Chiang Mai อ.หางดง จ.เชียงใหม่ วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567  
เวลา: 9.00 -16.00 น. 
ค่าลงทะเบียน 3000 บาท
รับจำนวนจำกัด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: คุณมาลี
โทร. 082-022-2477 Email: maleelert@gmail.com
 
Satir model ชวนคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกภายในของเราบ้าง เวลาที่อยู่กับลูกๆ
  • ภายใต้ทุกพฤติกรรม มีเรื่องราวดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ หากเราได้รับรู้และเข้าใจ จะช่วยให้เราได้เชื่อมโยง ถึงสิ่งดีงามภายในใจของกันและกัน ภายใต้ความโกรธและโมโห มีความปรารถนาดีที่อยากให้ลูกได้ดีซ่อนอยู่ ลูกๆ ที่ร้องไห้เสียใจ อาจจะอยากได้รับความไว้วางใจ และผิดหวังในตัวเองก็เป็นได้ 
  • ทุกๆ อารมณ์ความรู้สึก ล้วนมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ ความโกรธอาจจะกำลังบอกให้เรารู้ว่าเราคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่า หรือคอยผลักดันให้เราปกป้องลูกน้อยจากภยันตราย ความอิจฉา อาจจะกำลังช่วยให้พ่อแม่ขวนขวายหาสิ่งที่ดีเพื่อลูกๆ ของตัวเอง 
  • จะเป็นอย่างไร? หากเรายอมรับความรู้สึกเหล่านี้ และมองเห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของทุกๆ อารมณ์และความรู้สึก
  • พ่อแม่ทุกคนทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เสมอ
  • ลูกๆ ไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ "เก่งที่สุด" แต่ต้องการพ่อแม่ที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ที่ยอมรับ ให้ความรัก และความไว้วางใจแก่ลูกน้อย
  • มนุษย์มีความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เหนื่อยได้เป็นธรรมดา และสามารถรับผิดชอบกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ และแน่นอนว่าสามารถเลือกที่จะดูแลความรู้สึกเหล่านั้น และมีความสุขได้เช่นกัน
  • พ่อแม่ที่มีความสุข สามารถส่งความสุขให้ลูกได้
นี่คือบางส่วนจาก Live "เชื่อมโยงใจเรา เข้าใจลูก" เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567
 
รับชมย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=7gdAqCkekkY

3. "เล่นเรียนรู้ เคียงคู่ธรรมชาติ" ครั้งที่ 8

ขอเชิญพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ส่งบุตรหลานอายุ 7-9 ปี มาร่วม "เล่นเรียนรู้ เคียงคู่ธรรมชาติ" ครั้งที่ 8 ในวันที่ 26-29 มีนาคม 2567

 

ค่ายเล่นรอบเมืองสร้างพลังการเรียนรู้ครั้งนี้ จัดเต็มกับ "เล่นเรียนรู้ เคียงคู่ธรรมชาติ" ที่จะทำให้บุตรหลานได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและสัมผัสทางธรรมชาติอย่างแท้จริง  

  • Natural Sensory Activates: รู้จักสัมผัสแห่งธรรมชาติผ่านกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ที่จดจำไปนาน!
  • Scavenger Hunt ตามล่าหาธรรมชาติ: ท้าทายทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการค้นหาความงดงามของธรรมชาติ!
  • ทักษะความปลอดภัย: เรียนรู้วิธีที่จะเล่นและสนุกอย่างปลอดภัยในธรรมชาติ!

 

สมัครได้ที่: https://forms.gle/bpkarfc6ctLJX2xz7

 

สอบถามเพิ่มเติม: ติดต่อ 092-4145296 (ในวันและเวลาราชการ) หรือ

082-3217721 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

หรือทาง Line: https://line.me/ti/g/VwAo5w16mh

4. สุดยอดปู่ย่าตายาย: ดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและผู้สูงวัย
 

ขอเชิญพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ และผู้สนใจเข้าอบรมออนไลน์:

“สุดยอดปู่ย่าตายาย: ดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและผู้สูงวัย”

 

วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2567

 

สนใจลงทะเบียนผ่าน Link: https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/214

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:โทร 092-4125296 (ในวันและเวลาราชการ)

 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เทคนิคในการใช้กิจกรรมด้านดนตรีเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ

5. การประชุมนานาชาติเรื่องการทารุณกรรมทางวาจาในวัยเด็กครั้งที่ 1

การประชุมออนไลน์ เรื่องความสำคัญของการใช้คำพูด: ผลกระทบและการป้องกัน

การทารุณกรรมทางวาจาต่อเด็ก

11 เมษายน 2567 เวลา 10.00 น.–17.00 น
รายการทั้งหมดจะเผยแพร่ออกอากาศทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom และจะใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น

 

ความนำ 
การทารุณกรรมทางวาจาต่อเด็กอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็ก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวไปตลอดชีวิต และถึงแม้ว่าในปัจจุบันการป้องกันการทารุณกรรมทางเพศและทางร่างกายต่อเด็กจะได้รับความสนใจและมีการทุ่มเททรัพยากรให้กับปัญหานี้มาก ส่งผลให้ความชุกของปัญหานี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัญหาการทารุณกรรมทางวาจาต่อเด็ก ซึ่งยังเกิดขึ้นค่อนข้างมากกลับยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร 


งานสัมมนาหนึ่งวันนี้ จะจัดขึ้นโดยศูนย์ความร่วมมือด้านการป้องกันความรุนแรงและการลงทุนด้านสุขภาพและความอยู่ดีมีสุขในสหราชอาณาจักร (UK-based Collaborating Centres in Violence Prevention and Investment in Health and Wellbeing) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับแผนกจิตวิทยาและภาษาศาตร์ของ University College London (UCL) โดยจะเป็นการนำเสนอผลการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้านการศึกษาเรื่องประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (ACEs หรือ adverse childhood experiences) ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา ด้านจิตวิทยาพัฒนาการ และด้านการสาธารณสุข ทั้งนี้ เพื่อวิเคราะห์และกระตุ้นการอภิปรายเกี่ยวกับการหาคำจำกัดความที่เห็นพ้องต้องกัน ผลกระทบ ภาระต้นทุนทางสังคม และการป้องกันปัญหาการทารุณกรรมทางวาจาต่อเด็ก

6. การอบรมส่งเสริมเด็กออทิสติกเด็กพิเศษอย่างเป็นองค์รวม (Thai Model)
หลักสูตรพื้นฐาน

ขอเชิญผู้สนใจ แพทย์ นักวิชาชีพ เข้าร่วมอบรมในโครงการ “การอบรมส่งเสริมเด็กออทิสติกเด็กพิเศษอย่างเป็นองค์รวม (Thai Model)
 
ในวันที่ 12-15 มีนาคม 2567  
 
สมัครผ่าน QR-CODE

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: 0924145296
หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก: ที่นี่
 

7. การอบรมส่งเสริมเด็กออทิสติกเด็กพิเศษอย่างเป็นองค์รวม (Thai Model) 

หลักสูตรภาคปฏิบัติ

 

ขอเชิญผู้สนใจ แพทย์ นักวิชาชีพ เข้าร่วมอบรมในโครงการ “การอบรมส่งเสริมเด็กออทิสติกเด็กพิเศษอย่างเป็นองค์รวม (Thai Model) (หลักสูตรภาคปฏิบัติ)

 

รุ่นที่ 1 วันที่ 13-17 พฤษภาคม  2567

รุ่นที่ 2 วันที่ 10-14 มิถุนายน 2567

 

สมัครผ่าน QR-CODE

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: 0924145296

หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก: ที่นี่
8. การอบรมเชิงปฏิบัติการโรงเรียนปลอดภัยครั้งที่ 31
 
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว (NICFD) และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ (CSIP)
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะจัด โครงการสร้างเสริมความปลอดภัยในโรงเรียนและการรับรองโรงเรียนปลอดภัย ในนาม “MU Safe School” ขึ้น
 
เพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมประสบการณ์ สุขภาวะความปลอดภัย แก่ครู
ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง ผู้สนใจทั่วไปที่อาศัยใน
ชุมชนระแวกโรงเรียน  รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการพัฒนาความปลอดภัยและยกระดับการรับรองโรงเรียนปลอดภัย ในนาม Mahidol University Safe School
 
โดยจะจัดเดือนละ 1 ครั้ง ตามโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่แนบมานี้ หากสนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ด้วยการสแกน QR code 
9. หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ฝึกอบรมผู้ปกครอง (Parent Trainer Certification Program) หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น (1 ปี) 

หลักสูตรมุ่งเน้นเพิ่มพูนทักษะผู้เรียนให้เป็น

กระบวนกร (facilitators) หรือ Certified Parent Trainer (CPAT) สำหรับการทำกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกด้วยเทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวก

 

หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบและสอนโดย ศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล พร้อมด้วยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ที่เชี่ยวชาญในการทำกลุ่มผู้ปกครอง (Parent Management Training: PMT) และพัฒนาโปรแกรมเน็ตป๊าม้า (Net PAMA)

 

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

ผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัว (ทั้งภาครัฐและเอกชน) ได้แก่ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาลจิตเวช

นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการสาธารณสุข นักพัฒนาสังคม ครู หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป (ไม่จำกัดสาขา)

2. มีประสบการณ์การทำงานด้านพัฒนาเด็กและครอบครัวอย่างน้อย 3 ปี

3. หากมีประสบการณ์ในการเป็นกระบวนกร (facilitators) หรือการทำกลุ่มบำบัด (group therapy) มาก่อน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
สแกน QR code เพื่อสมัคร
บทความและงานวิจัย
บทความ

"เด็กชายกับความรุนแรง"

โดย ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา

มูลนิธิศานติวัฒนธรรม

” 

ในปีที่ผ่านมานี้ข่าวเรื่องเด็กชายกระทำความรุนแรงได้สร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวเด็กที่ยิงคนในห้างตายไปถึง 4 คนและกลุ่มวัยรุ่นที่ฆาตกรรมหญิงเร่ร่อนแล้วโยนศพทิ้งในสระน้ำ สัปดาห์นี้ที่สหรัฐอเมริกาก็มีคดีที่อัยการสั่งฟ้องพ่อแม่ของเด็กชายวัยรุ่นที่เอาปืนไปยิงเพื่อนในโรงเรียนตายถึง 4 คน ว่าควรถูกลงโทษในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเพราะซื้อปืนให้ลูก พาลูกไปฝึกยิง แต่ไม่ควบคุมดูแลใกล้ชิดปล่อยให้ลูกพกปืนไปโรงเรียน

 

ในขณะที่บ้านเราก็มีการถกเถียงกันเรื่องนี้ว่าพ่อแม่ควรมีส่วนรับผิดชอบและถูกลงโทษหรือไม่ ถ้าลูกไปก่อคดีร้ายแรงเช่นนี้ เสียงวิจารณ์ที่มักได้ยินกันเสมอเมื่อเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ก็คือ

ขอให้เพิ่มโทษให้มากขึ้น ลดอายุเด็กที่จะถูกดำเนินคดีเหมือนผู้ใหญ่ หรือขอให้เพิ่มการควบคุมกวดขันเด็กให้มากยิ่งขึ้น

 

จากการศึกษาและรวบรวมสถิติทั้งในประเทศและต่างประเทศจะพบเสมอว่าปัญหาความรุนแรงระหว่างบุคคลส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเป็นอัตราส่วนที่ห่างกันมาก อัตราส่วนของเด็กชายในสถานพินิจก็สูงกว่าเด็กหญิงค่อนข้างมากอย่างเห็นได้ชัด

 

การเข้าใจพัฒนาการและวิธีคิดวิธีปรับตัวของเด็กผู้ชายจึงอาจช่วยให้เราป้องกันปัญหาได้

มีนักวิจัยที่ทำการศึกษาในประเด็นนี้ให้คำอธิบายว่าปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมของเด็กชายคือความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและการปฏิสัมพันธ์กันในชีวิตประจำวัน และเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงมักมีลักษณะที่คล้ายกันบางอย่างเช่น สื่อสารความรู้สึกไม่ได้ นำไปสู่การเก็บกด เครียดและระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรมรุนแรง หรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของค่านิยมของความเป็นชายที่เป็นอันตราย เช่นผู้ชายต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ผู้ชายต้องเข้มแข็งตลอดเวลาหรือต้องก้าวร้าว แข่งขันเพื่อเอาชนะ เป็นผู้นำ และวัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังแสวงหาอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวเอง และต้องการการยอมรับจากกลุ่มมากเป็นพิเศษ บางครั้งถึงกับยอมเสี่ยงอันตรายยอมทำผิดกฎหมาย เพียงเพื่อให้ได้รับการชื่นชมจากเพื่อน

 

ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็กผู้ชายจะช่วยให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ชายที่มีสุขภาพจิตดีและมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นภัยต่อทั้งตัวเขาเองและคนอื่น ๆ ได้ สิ่งที่ควรทำคือควรพูดคุยกับเด็กเรื่องอารมณ์ความรู้สึกบ่อย ๆ โดยเน้นที่การรับฟังการให้ความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยให้เขาสื่อสารหรือขอกำลังใจ ขอความช่วยเหลือหรืออย่างน้อยก็รู้จักวิธีระบายความอัดอั้นเวลาไม่สบายใจได้เด็กผู้ชายจะมีพลังมาก มักเคลื่อนไหวรวดเร็ว กระโดดโลดเต้นบางครั้งอาจรบกวนคนรอบข้าง ผู้ใหญ่จึงจะต้องอดทนและยอมรับธรรมชาติของเขาหาโอกาสให้เขาได้ใช้พลังแสดงออก ไม่พยายามบังคับให้เด็กอยู่นิ่ง ๆ ทำตัวให้เรียบร้อย หรือเงียบอยู่ตลอดเวลาควรพูดคุยกับเด็กผู้ชายด้วยภาษาที่เขาเข้าใจได้ง่าย ในลักษณะที่ยกย่องความภาคภูมิใจและความเป็นชายของเขา

 

เด็กผู้ชายมักป้องกันตัวเองด้วยการแสดงออกแบบก้าวร้าว ระแวง หรือเหยียดหยามคนอื่น ๆ ถ้าอยากให้เขาพูดเราจึงจะต้องอดทนที่บางครั้งเขาจะไม่สุภาพ ไม่พูดหรือพูดแค่ห้วนๆ กับเรา และสื่อสารกับเขาด้วยความเข้าใจว่าเขาต้องการปกป้องตัวเองต้องการแสดงออกว่าเขาเข้มแข็ง

เด็กผู้ชายมักถูกปลูกฝังหรือได้รับอิทธิพลจากสื่อที่นำเสนอภาพความกล้าหาญหรือความเข้มแข็งของผู้ชายด้วยการต่อสู้กับผู้ร้าย มนุษย์ต่างดาว หรือสัตว์ร้ายด้วยการใช้กำลังและความรุนแรงเพื่อเอาชนะ เราจึงควรสอนเด็กผู้ชายหรือแสดงตัวอย่างให้เขาดู ว่าความกล้าหาญมีหลายรูปแบบไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะเท่านั้นแต่อาจเป็นความพากเพียรที่จะเอาชนะอุปสรรคในชีวิต

ความกล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ยอมทำสิ่งที่ผิดแม้ถูกกดดันจากเพื่อนหรือกล้าหาญที่จะปกป้องตนเองหรือคนที่อ่อนแอกว่าด้วยการใช้ความคิดที่ชาญฉลาดโดยไม่ต้องใช้กำลังก็ได้

 

จากการศึกษาประวัติเด็กที่ชอบรังแกเพื่อนหรือประวัติชีวิตของผู้ชายที่เป็นอาชญากรที่ก้าวร้าวรุนแรงหรือฆาตกรต่อเนื่องมักพบเสมอว่าเขาเติบโตมาจากการอบรมสั่งสอนด้วยความรุนแรงและในขณะเดียวกันก็ขาดการเอาใจใส่ ขาดความรักความอบอุ่น ส่งผลให้เขาไม่สามารถแสดงความอบอุ่นหรืออ่อนโยนกับคนรอบตัวได้ และเมื่อเครียดหรือขัดใจก็จะแสดงออกด้วยความรุนแรงเพราะเขาเห็นแบบอย่างจากผู้ใหญ่ที่ทำกับเขาตลอดมาตั้งแต่เด็ก

ผู้ปกครองเด็กผู้ชายจึงควรอบรมสั่งสอนเด็กด้วยการใช้เหตุผล การรับฟัง ต่อรองหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดยไม่ทำร้ายไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจเด็กจะเฝ้ามองผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัวและซึมซับเอาทั้งทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมดังคำกล่าว “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น”

 

ผู้ใหญ่ที่ต้องการให้เด็กผู้ชายเติบโตมาเป็นคนที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน อารมณ์มั่นคง สุขุมเยือกเย็น มีน้ำใจ เสียสละ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้อื่น จึงต้องทำตัวอย่างให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่พร่ำสอน แต่ไม่เคยทำให้ดูเลย การเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นคนสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ดังชื่อของหลักสูตรอบรมผู้ปกครองที่เสนอไว้ คือ การเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดชีวิต 
 
อ้างอิง: Kindlon, D., & Thompson, M. (2000).  Raising Cain: Protecting the emotional life of boys. Ballantine Books.

"ความจำเป็นในการส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กแก่ผู้ปกครอง

ผ่านโปรแกรมที่มีงานวิจัยรองรับ"

 

โดย ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านการเลี้ยงดูเด็ก (Positive Parenting promotion center)

สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์

การเลี้ยงดูเด็กที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีเป้าหมายร่วมกัน 3 ประการ คือ 1) ทำให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี 2) เตรียมเด็กให้พร้อมต่อการเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและผลิตภาพในอนาคต (productive adult) และ 3) ส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมนั้น

สัมพันธภาพที่ดีและมีคุณภาพระหว่างผู้เลี้ยงดูและเด็กจึงเป็น องค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ

 

จากผลการสำรวจทักษะพ่อแม่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานโดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในปี 2565 ในกลุ่มตัวอย่าง 8,519 ครอบครัว พบมีทักษะการเลี้ยงดูผ่านเกณฑ์เพียงร้อยละ 53.5 เท่านั้น เมื่อแยกผล 5 หมวดทักษะ พบว่า

1) การจัดการตนเองในบทบาทพ่อแม่ผู้ปกครองผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 63.1

2) การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และตัวตน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 65.8

3) การพัฒนาทักษะในการดำรงชีวิต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 63.8

4) การดูแลกิจวัตรและสุขอนามัย ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 43.3

5) การพัฒนาทักษะการใช้ อินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 59.5

โดยพ่อแม่ส่วนใหญ่เลี้ยงเองด้วยวิธีของตนเองหรือตามประสบการณ์ ตามมาด้วยการถามจากพ่อแม่หรือญาติ และการศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ตามลำดับ

 

5 การพัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลเด็กที่มีฐานจากจิตวิทยาการเลี้ยงดู (Parenting psychology) จึงมีความสำคัญมาก จุดประสงค์ของโปรแกรมการให้ความรู้และฝึกทักษะของพ่อแม่ผู้ปกครอง (Parenting program) คือ การพัฒนาทักษะผู้ปกครองให้มีทักษะที่ดีขึ้นในการดูแลพฤติกรรมของเด็ก

 

จากการทบทวนโปรแกรมการให้ความรู้และฝึกทักษะของพ่อแม่ผู้ปกครอง (Parenting Program) ที่มีการดำเนินงาน ทั้งในภาคส่วนของภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยในประเทศไทย พบโปรแกรมที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีประสิทธิผลในการพัฒนาทักษะการเลี้ยงดูเด็ก เช่น โปรแกรมส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย (Thai Preschool Parenting Program; Thai Triple-P) โปรแกรมทักษะการเลี้ยงดูเด็กเพื่อสุขภาพดีตลอดชีวิต (Parenting for Lifelong Health; PLH) และโปรแกรม Net PAMA

 

โปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กที่หลากหลายนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเมื่อสามารถจัดบริการให้ครอบคลุมเด็กกลุ่มเป้าหมายได้เพียงพอ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อค้นหาแนวทางการขยายผลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงบริการฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กที่ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการที่หลากหลาย ครอบคลุมเด็กและเยาวชนทุกกลุ่มวัย ทุกสถานะทางสังคม อย่างทั่วถึง เป็นธรรม ยั่งยืน และไม่ซ้ำซ้อน

 

ด้วยเหตุนี้สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านการเลี้ยงดูเด็ก (Positive Parenting Promotion Center) ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวบรวมความรู้ วิจัยเกี่ยวกับโปรแกรมฝึกอบรมด้านจิตวิทยาการเลี้ยงดูเด็ก พัฒนาฐานข้อมูลวิทยากรและบริการด้านการฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กในประเทศไทยให้แม่นตรง เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งสนับสนุนการขยายผลการฝึกทักษะการเลี้ยงดูเด็กในโปรแกรมต่างๆ ที่มีการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

 

ดังนั้นจึงได้เชิญโปรแกรม   PLH และ โปรแกรม